ปทุมธานี-พี่สาวตามหาน้องสาวพบอีกทีเสียชีวิตข้างร่องน้ำใกล้ป่าทึบ

ปทุมธานี-พี่สาวตามหาน้องสาวพบอีกทีเสียชีวิตข้างร่องน้ำใกล้ป่าทึบ
*******************

 


เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 23:00 น. พ.ต.ท.กวี ช่วยสร้าง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิตได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย อยู่ข้างร่องน้ำในป่าบริเวณทางด่วนอุดรรัถยา ซอยร่วมสุข7/24 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ.จตุพร คงเมือง ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต ร่วมกับแพทย์เวรนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากคลองรังสิตจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู


ในที่เกิดเหตุเป็นป่ารกร้างเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย สภาพศพนอนหงาย ส่วนที่บริเวณช่วงขาอยู่ในร่องน้ำ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว และกางเกงขาสั้นสีดำ ทราบชื่อนางสาว ซิ้ม บางจั่น อายุ 48 ปี อยู่บ้าน 17/92 ม.3 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรองเท้าแตะของผู้ตายยี่ห้อแอดด้าสีดำจำนวน1ข้างอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและจุดพบศพอยู่ห่างจากถนนประมาณ 22เมตร การสอบถามนายสุวรรณ วรรณทอง อายุ 57 ปี

พี่เขยผู้ตายบอกว่าตนเองได้ออกมาหาผู้ตายกับภรรยาและญาติอีกคนหนึ่งตั้งแต่19.00 น.และผู้ตายเป็นดาวซินโดม ออทิสติกไม่ได้ทำงานเพียงแต่เก็บของเก่าขายซึ่งก็หาผู้ตายมาทุกซอยเพราะบ้านตนเองอยู่ซอยร่วมสุข7/16 และก็เจอรองเท้าผู้ตายวางอยู่จากนั้นก็เจอน้องเมียของตนเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำ ส่วนนางพรพรรณ บางจั่น อายุ 64 ปี พี่สาวผู้ตายบอกว่าน้องสาวเป็นดาวซินโดมและอยู่บ้านกับพี่ชายที่หูหนวก 2 คนซึ่งตนเองออกไปขายของตั้งแต่8โมงเช้าซึ่งผู้ตายออกจากบ้านมาตั้งแต่9โมงกว่า ซึ่งพี่ชายเขาเห็นว่าผู้ตายออกไปกับผู้ชายใส่เสื้อดำๆและผู้ชายก็เอากางเกงมาให้ผู้ตาย 1 ตัวซึ่งพี่ชายเรียกผู้ตายกลับบ้านแต่น้องสาวก็ไม่กลับ

ซึ่งญาติกันเอารถเก๋งขับตามมาแต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะติดน้ำอยู่ในซอยซึ่งแสดงว่าคนที่พาน้องสาวตนมาต้องพาน้องสาวตนเองเข้าป่าแล้ว เพราะถ้าไม่ข้าป่ายังไงคนขับรถตามก็ต้องเห็นซึ่งน้องสาวเป็นโรคมะเร็งและใช้กัญชารักษาตัวอยู่ซึ่งก็ไม่เชื่อว่าน้องสาวตนเองจะเดินเข้าไปในป่าคนเดียวต้องมีคนพาเข้าไปแน่นอนและอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคลี่คลายคดีของน้องสาวตนเองด้วย ทางด้าน พ.ต.ท.กวี ช่วยสร้าง สารวัตรเวรสอบสวนสภ.ปากคลองรังสิตได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวนและสายตรวจ ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรนิติเวช

จากนั้นจึงได้บันทึกภาพในจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานซึ่งเมื่อตรวจสอบภายนอกผู้ตายแล้วพบว่าบริเวณขาทั้งสองข้างมีรอยแผลซึ่งเกิดจากถูกหอยและปลิงดูด ส่วนอื่นๆไม่พบบาดแผลโดยแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12ชม. พร้อมกันนี้จะได้เชิญญาติผู้เสียชีวิตและบุคคลที่เกี่ยวข้องไปสอบปากคำอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้งและจะได้ประสานทางญาติมารับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

ภาพ/ข่าว ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน

Related posts