ว่าที่ ร.ต ธนิตศักดิ์ ดารามั่น คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มท.2 พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่ดูการเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำอุโมงค์ พระราม 9

ว่าที่ ร.ต ธนิตศักดิ์ ดารามั่น คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มท.2 พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่ดูการเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำอุโมงค์ พระราม 9

วันพุธที่15 กันยายน 64 เวลา10:00 น.ว่าที่ ร.ต ธนิตศักดิ์ ดารามั่น คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มท.2 พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 เพื่อดูประสิทธิภาพการระบายน้ำของสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ในคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวโดยเฉพาะมาตรการแนวทางในการรับมือกับพายุ ที่จะเข้ามา ตลอดจนปริมาณน้ำฝนที่จะตกในปีนี้ ตลอดจนรับฟังการบรรยายสรุปแผนเตรียมการ ป้องกัน น้ำท่วมขัง ด้วยการตรวจ สอบระบบระบายน้ำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง ประกอบไปด้วยท่อระบายน้ำคูคลอง อุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำในจุดต่างๆที่ผ่านในคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบ โดยอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 นี้สามารถที่จะระบายน้ำได้ในพื้นที่เขต ลาดพร้าว,จตุจักร,บางกะปิ,บึงกุ่ม,วัฒนา,วังทองหลาง และอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าวถึงแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นต้น โดยอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 นี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5.00 ม ความยาวประมาณ 5.11 กม.มีประสิทธิภาพการระบายน้ำ 60 ลบ.ม.ต่อวินาทีช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขต ห้วยขวาง,บางกะปิ,บึงกุ่ม,วัฒนา,วังทองหลาง และลาดพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ดีจากการที่เดินทางมาดูงานและฟังการบรรยายสรุปในครั้งนี้เนื่องด้วยในพื้นที่ต่างๆ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำรอการระบายโดยเฉพาะปริมาณน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบซึ่งเมื่อฝนตกมาเกิน 60 มิลลิเมตรจะมีปัญหา น้ำล้นตลิ่งทำให้ไม่สามารถที่จะระบายน้ำจากคลองย่อยๆลงสู่คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวได้ ดีจังเกิดปัญหาในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นต้น โดยต้องมีวิธีการการจัดการ ที่เป็นรูปประธรรมและถาวรเพราะในแต่ละปีกรุงเทพฯลงทุนไปกับเรื่องของการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ให้ครบในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 5 จุด กว่าจะแล้วเสร็จก็ประมาณปี 2568 ซึ่งเชื่อว่าในขณะนั้นประสิทธิภาพการระบายน้ำอาจจะต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาระบายน้ำในคลองย่อยๆ และคลองลาดพร้าว สรุปจากการมาดูงานในครั้งนี้ได้รับข้อมูลว่าในขณะนี้สำนักการระบายน้ำได้เพราะน้ำในคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบอยู่ในระดับปกติเพื่อรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาในปีนี้แต่ถ้าหากว่ามีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในแต่ละวันเกิน100 มิลลิเมตรก็จะทำให้เกิดปัญหาในการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำโดยเฉพาะน้ำในคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวก็จะมีระดับสูง และคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในปีนี้สำนักการระบายน้ำเองก็ได้ประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรดาร์ตรวจสภาพอากาศที่กรุงเทพฯมีอยู่ก็สามารถที่จะต้องดำเนินการวางแผนในการบริหารจัดการน้ำในแต่ละคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

Related posts