กาฬสินธุ์-สุดรันทดสองตายายเลี้ยงหลานกำพร้า 3 ชีวิตแม่ติดเชื้อโควิดดับ (ชมคลิป)

สุดรันทดสองตา-ยายชาวคุ้มสุขสบาย เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ รับจ้างเลี้ยงควายรายได้วันละ 300 บาท เลี้ยงหลานสาวกำพร้าอายุ 11 ขวบ, 6 ขวบ,และหลานชายวัย 3 เดือน หลังแม่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตที่จังหวัดสมุทรปราการ ยังไม่ได้รับการเยียวยาการเสียชีวิตจากโควิดจากหน่วยงานไหน ด้านชมรมแม่ดีเด่นจังหวัดกาฬสินธุ์ รุดเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ที่บ้านเลขที่ 70/98 คุ้มสุขสบาย ซอยวิโรจน์รัตน์ ถนนถีนานนท์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นางระเบียบ ร่มไทรทอง ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ผศ.สุมาลี ใจยสิทธิ์ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นางจงกลนี เกียรติดำเนินงาม คณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และคณะในนามสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ โดยชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันมอบทุนแม่ผู้ยากไร้ และถุงยังชีพ ให้กับครอบครัวนางพูนสุข มะลาด อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นครอบครัวยากจน อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 ชีวิต และต้องรับจ้างเลี้ยงควายรายได้วันละ 300 บาท เลี้ยงหลานสาวกำพร้าอายุ 11 ขวบ, 6 ขวบ,และหลานชายวัย 3 เดือน หลังแม่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตที่จังหวัดสมุทรปราการ


นางระเบียบ ร่มไทรทอง ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากทราบว่าครอบครัวนางพูนสุข ซึ่งฐานะยากจน อาศัยอยู่กับนายวิชัย มะลาด สามี อายุ 64 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างเลี้ยงควายให้กับเพื่อนบ้าน มีรายได้วันละ 300 บาท ขณะที่มีภาระต้องเลี้ยงดูหลาน 3 คน และบ้านเช่าเดือนละ 600 บาท รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงดูหลาน โดยเฉพาะหลานชายอายุ 3 เดือนที่ต้องดื่มนม นอกจากนี้อาหารการกิน บางมื้อต้องอาศัยเพื่อนบ้านนำมาแบ่งปันให้ได้กินพอประทังชีวิต ดังนั้นที่ประชุมชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้มีมติมอบทุนแม่ผู้ยากไร้จำนวน 5,000 บาท พร้อมถุงยังชีพจากเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เนื่องจากฐานะยากจน รายได้น้อยกว่ารายจ่าย
ด้านนางพูนสุข มะลาด อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า

ตนและนายวิชัย สามี มีภาระต้องเลี้ยงดูหลานทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้า แม่เสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกเขยคือพ่อของหลานทั้ง 3 คน ยังทำงานขายแรงงานที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อหารายได้ส่งเสียบุตรทั้ง 3 คน แต่ก็ไม่พอ โดยคนโตชื่อ ด.ญ.ดิว อายุ 11 ขวบ คนรองชื่อ ด.ญ.หมิว อายุ 6 ขวบ และคนสุดท้องชื่อ ด.ช.ไดม่อน อายุ 3 เดือน ซึ่งน้องไดม่อนนั้น ถือกำเนิดในช่วงนาทีฉุกเฉินก็ว่าได้ และน่าสงสารมาก เนื่องจากแม่คือนางธิดารัตน์ มะลาด อายุ 35 ปี ติดเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.64 ขณะที่น้องไดม่อนอยู่ในครรภ์ได้ 8 เดือน หมอที่รักษาอาการติดเชื้อโควิดได้ผ่าน้องไดม่อนออกมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค.64 ก่อนที่นางธิดารัตน์จะเสียชีวิตในวันที่ 5 ส.ค.64 ดังกล่าว


นางพูนสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ลูกสาวคือนางธิดารัตน์ติดเชื้อโควิดนั้น สามีและลูกสาว 2 คนก็ติดเชื้อโควิดรวม 4 ชีวิต โชคดีที่น้องไดม่อนที่อยู่ในครรภ์ไม่ติดเชื้อ ซึ่ง 3 คนพ่อลูกหายเป็นปกติแล้ว ขณะที่นางธิดารัตน์ลูกสาวเสียชีวิต ทั้งนี้ ได้ทิ้งลูก 3 คนให้ตนกับนายวิชัยซึ่งเป็นยายกับตาเลี้ยงดู โดยมีรายได้จากรับจ้างลี้ยงควายวันละ 300 บาท ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่ายรายวัน โดยเฉพาะค่านมผงที่ต้องซื้อมาชงเลี้ยงหลานชายวัย 3 ขวบ รวมทั้งค่าแพมเพิร์สด้วย
อย่างไรก็ตามหลังลูกสาวเสียชีวิตไป ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินเยียวยาจากการเสียชีวิตของหน่วยงานไหน ที่ผ่านมามีจิตอาสา และสาธารณสุข เข้ามาช่วยเหลือมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ล่าสุด เพิ่งจะไปยื่นเรื่องและขอคำปรึกษากับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ แต่ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง เพิ่งจะมีวันนี้ที่ทางชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ นำทุนมามอบให้ ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวตนและหลานกำพร้า 3 ชีวิต


ขณะที่นางไพฑูรย์ โนนศรีชัย อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 70/82 ถนนมาประณีต เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวนางพูนสุขแล้วสงสาร ไหนจะสูญเสียลูกสาวที่เป็นเสาหลักของครอบครัว จากสาเหตุติดเชื้อโควิด-19 และต้องเลี้ยงดูหลานกำพร้า 3 ชีวิต โดยไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ ทั้งสุขภาพไม่ค่อยจะดี เพราะสูงอายุ โดยเฉพาะนายวิชัยซึ่งถูกควายขวิดจนไส้แตก ร่างกายกำลังฟื้นตัว สุขภาพยังอ่อนแออยู่ แต่ก็สู้เพื่อหลาน และรอสิ้นเดือนที่ลูกเขยหรือพ่อของเด็กๆจะส่งเงินมาช่วยค่าเลี้ยงดูเท่านั้น ส่งที่ตนและเพื่อนบ้านพอช่วยได้ก็คือแบ่งปันอาหารให้ตามอัตภาพ และให้เป็นคนดูแลฝูงควาย และเกี่ยวหญ้าให้บ้าง นอกจากนี้ว่างๆก็มาเป็นเพื่อนคุย ปลอบใจกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่พอจะหยิบยื่นให้กันได้ในยามลำบากตามประสาชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีจิตศรัทธา ต้องการช่วยเหลือค่านมแก่น้องไดม่อน สามารถบริจาคผ่านบัญชีนางพูนสุข มะลาด ธนาคาร ธ.ก.ส.สาขากาฬสินธุ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 020093480943
***เสียงสัมภาษณ์***1.นางพูนสุข มะลาด อายุ 58 ปี 2.นางไพฑูรย์ โนนศรีชัย อายุ 76 ปี

 

 

Related posts