สตม. รวบ 2 พม่าแสบ รับจ้างปลอมพาสปอร์ตและวีซ่า ซ้ำเติมแรงงานชาติเดียวกันช่วงโควิด-19

สตม. รวบ 2 พม่าแสบ รับจ้างปลอมพาสปอร์ตและวีซ่า ซ้ำเติมแรงงานชาติเดียวกันช่วงโควิด-19

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบ
ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ปทุมธานี ได้ตรวจพบ พาสปอร์ตและรอยตราวีซ่าปลอม จำนวน 5 เล่ม เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติสัญชาติพม่า นำพาสปอร์ตมารายงานตัว 90 วัน เพื่อขอต่อวีซ่าแรงงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ปทุมธานี จึงประสานมายัง กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อร่วมกันสืบสวนขยายผล จากการสืบสวนขยายผล ทราบว่า นายเตท อายุ 37 ปี และนายลัท อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ได้ใช้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ในการติดต่อรับจ้างทำพาสปอร์ตและวีซ่าปลอม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ให้สายลับทำการล่อซื้อ จำนวน 5 เล่ม โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คิดค่าดำเนินการเล่มละ 13,500 บาท โดยให้สายลับโอนเงินมัดจำก่อน จำนวน 10,000 บาทพร้อมทั้งส่งรูปของบุคคลที่ต้องการให้ทำพาสปอร์ตและวีซ่าปลอมให้กับผู้ต้องหา ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้นัดสายลับ ให้ไปรับพาสปอร์ตปลอม ที่บริเวณตลาดสดบางบอน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงวางแผนจับกุม เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายลัท ได้มาพบกับสายลับ เพื่อจะพาไปพบ นายเตท เพื่อรับพาสปอร์ตปลอมพร้อมทั้งให้สายลับจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกจำนวน 57,500 บาท เมื่อไปถึงหอพักของ นายเตท ซึ่งอยู่ซอยเทียนทะเล 16 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงแสดงตัวเพื่อทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง และพาตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหาทั้งสอง ผลการตรวจค้นพบพาสปอร์ตปลอมจำนวน 16 เล่ม ซึ่งจะได้ประสานสถานทูตเมียนมา เพื่อตรวจสอบยืนยันต่อไป อีกทั้งยังตรวจพบน้ำต้มพืชกระท่อมและพืชกระท่อมสดอีกจำนวนครึ่งกิโลกรัม ซึ่ง นายเตท ผู้ต้องหารับว่า มีไว้เพื่อเสพเอง ส่วน นายลัท ให้การรับสารภาพว่า ตนได้หลบหนีเข้าเมืองมาทางช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี ตั้งแต่ปี 2559 พร้อมทั้งยังใช้บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนปลอมตลอดมาในขณะที่อยู่ในประเทศไทย จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสอง ยังให้การรับสารภาพเพิ่มเติมอีกว่า ได้ร่วมกับ นายเว สัญชาติเมียนมา ดำเนินการรับจ้างปลอมพาสปอร์ตให้กับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเดียวกัน มาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ในช่วงสถานะการณ์โควิด-19 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 พร้อมทั้งของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

Related posts