สตม.เอาจริง!!! จับกุม“มารศาสนา”พระเขมรลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย”

“สตม.เอาจริง!!! จับกุม“มารศาสนา”พระเขมรลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย”

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม. จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.ชารัตน์ ชาคริตานันท์ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ต.นัฐพล ชมศิริ สว.ตม.จว.สมุทรปราการ จับกุมพระสงฆ์กัมพูชาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย แอบพักอาศัยอยู่ที่ป่าหญ้ารกร้างข้างทางลึกจากถนนใหญ่กว่า 1000 เมตร ดังนี้
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบพบกลุ่มพระสงฆ์ต้องสงสัย มีพฤติกรรมบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจึงได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรม พบว่าได้บิณฑบาตยาวนานจนถึงช่วงเวลา 10.00 น. จากนั้นได้นั่งแท็กซี่เดินทางกลับ ซึ่งผิดลักษณะกิจของสงฆ์ จึงได้สืบสวนติดตามพบว่า พระดังกล่าวได้ลงจากรถแท็กซี่บริเวณป่ารกร้างริมถนนคู่ขนานถนนบางนา-ตราด กม.29 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จว.สมุทรปราการ และได้เดินเข้าไปในป่าลึกประมาณ 1000 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินติดตามเข้าไป พบพระสงฆ์พักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวรวมทั้งสิ้นจำนวน 6 รูป จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบถามยอมรับว่าเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา หลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายจริงจึงได้พาไป ลาสิกขาบท ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 และจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลจนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันได้นั่งแท็กซี่มาที่บริเวณที่ดินรกร้างข้างทางริมถนนคู่ขนานถนนบางนาตราด-สุวรรณภูมิ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ จึงได้เดินติดตามกลุ่มพระสงฆ์เข้าไปพบว่ามีการนำจีวรมาผูกทำเป็นเพิงพัก เมื่อพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ทันทั้งหมดจำนวน 6 รูป สอบถามยอมรับว่าเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา หลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายจริงจึงได้พาไปลาสิกขาบท ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 และจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมา

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า พระสงฆ์ชาวกัมพูชามักจะมีพฤติกรรมแอบลักลอบเข้ามาบิณฑบาตในประเทศไทยเพราะคนไทยนิยมถวายปัจจัยใส่บาตร จึงเป็นช่องทางให้สามารถหาเงินได้อย่างรวดเร็วประกอบกับใช้วิธีบวชเณร เนื่องจากมีข้อจำกัดน้อยกว่าบวชพระ

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กำชับให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกหน่วยทั่วประเทศ ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องกวดขัน จับกุมผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 หลังจากที่ประเทศไทยสามารถควบคุมการติดต่อภายในประเทศได้แล้วและไม่ให้มีการละเมิดกฎหมายอื่นๆอีกเป็นอันขาด จึงฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้มีจิตศรัทธาขอให้สังเกตพฤติกรรมของพระสงฆ์ หากพบพระสงฆ์ที่เน้นบิณฑบาตเฉพาะปัจจัยเดินบิณฑบาตจนถึงเวลา 10.00 น. และนั่งรถแท็กซี่กลับที่รกร้างว่างเปล่าให้รีบแจ้ง ตม.จว.ในพื้นที่หรือโทรศัพท์ผ่านสายด่วน 1178

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

Related posts