อุดรธานี-คนไทยไม่ทิ้งกันสู้โควิดไปด้วยกันด.ช.14ปี ยอดกตัญญูเดินเท้าเกือบ10กิโลตระเวนหางานให้แม่ทำ

อุดรธานี-คนไทยไม่ทิ้งกันสู้โควิดไปด้วยกันด.ช.14ปี ยอดกตัญญูเดินเท้าเกือบ10กิโลตระเวนหางานให้แม่ทำ

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อ้อแอ้ รุจิรา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านกระเพาะปลาตี๋ไฮ้ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โพสต์ เรื่องราวว่า น้องคนนี้เดินมาของานให้แม่และตัวเองทำ น้องบอกว่าข้าวยังไม่ได้กิน พ่อแม่ตกงาน เดินมาจาก บ้านเซ เดินหางานตลอดทาง พี่เลยตักกระเพาะปลาให้ 4 ถุง พ่อก็ให้เงินไปจำนวนหนึ่ง เลยถามว่ากลับยังไง น้องบอกเดินกลับ พี่เลยเรียกแกร็บวินไปส่งบ้านให้ บอกน้องให้แม่มาทำงานที่ร้านพรุ่งนี้ อายุ 14 ปี ลูกเอ้ย คือมาน่าสงสารแท้ หลังจากเจ้าของร้านฯ โพสต์เรื่องราวของหนูน้อยที่ต้องบากหน้าเดินหางานให้ตนเองและแม่ ทำให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่รู้สึกสงสารหนูน้อยรายนี้และบางรายอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยเท่าที่ทำได้เพราะรู้ว่าโควิดรอบนี้ทำให้คนตกงานเยอะ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา10.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านตี๋ไฮ้ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาและร้านกระเพาะปลา เลขที่ 89/1ถนนนเรศวร เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบกับหนุ่มน้อยวัย 14 ปียอดกตัญญูชื่อคือ ด.ช.จิตติพงษ์ วัจจรินทร์ อายุ 14 ปี หรือ “น้องฮอนด้า” พักอาศัยอยู่บ้านเช่าในชุมชนบ้านเซ และแม่ของน้อง ซึ่งกำลังทำงาน อยู่ที่ร้านดังกล่าว โดยน้องฮอนด้า เปิดเผยว่า ตนจบ ม.2 ไม่ได้เรียนต่อก็ออกจากโรงเรียนมาช่วยแม่ทำงานเท่าที่ทำได้ และเคยไปบวชเรียนแต่บวชได้เพียง1ปี ก็ต้องสึกออกมา เพื่อช่วยแม่หาเงิน
ต่อมาสถานการณ์ของจากโควิด ทำให้พ่อแม่ก็ตกงานไม่มีงานทำ ซึ่งตนกับแม่ ขับรถ จยย.และเดินไปหางานในตัวเมืองอุดรธานี หลายวันแล้วก็ไม่มีงาน เพราะร้านส่วนใหญ่ปิด ช่วงโควิด แต่รถน้ำมันเหลือน้อยจึงให้แม่กลับมาก่อน โดยในวันนั้นตนเองก็เดินหางานไปเรื่อย ๆ เพื่อหางานแต่ก็ไม่มีใครรับเพราะเป็นเด็ก พอไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหลังเรือนจำ ก็ไปของานทำ เจ้าของร้านผู้หญิงก็ใจดีบอกว่าพรุ่งนี้รับแม่ไว้ทำงานเลยนะ และยังใจดีให้กระเพาะมาอีก 4 ถุงด้วย
จากนั้นตนเองก็เดินกลับ แต่เจ้าของร้านก็ให้แกร๊บมาส่งถึงบ้านดีใจที่เจ้าของร้านรับแม่ไว้ทำงาน ขอบพระคุณมากครับ ส่วนผมก็ทำงานทั่วไปได้ ล้างรถ ล้างจาน ทำความสะอาดบ้านได้ ปัจจุบันนี้ตนไม่ได้เรียนต่อชั้นม.1 เพราะไม่มีเงินจึงไปบวชเรียนแทนแต่ก็ต้องสึกมาช่วงทางบ้าน ซึ่งถ้ามีโอกาสเรียนตนก็อยากเรียนแต่คงเรียนได้เพียงชั้นม.3 เพราะอยากออกมาหางานทำช่วยเหลือครอบครัว
ส่วนนางแสงจันทร์ วัจจรินทร์ อายุ 39 ปี 197 ม.3 บ้านเซ ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี แม่ของน้องฮอนด้า เปิดเผยว่า ครอบครัวมีกัน 4 คน มีพ่อแม่น้องฮอนด้าและน้องวัย 9 ขวบ แต่ก่อนก็ทำงานรับจ้างรายวัน สามีทำงานเป็นช่างปูนรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้านจัดสรร พอมาเจอโควิดก็ไม่ได้ทำต่อทำให้ตกงาน ส่วนตนเองทำงานฝ่ายผลิตกำแพง แต่ก็ต้องออกมาเพราะโควิด เลยออกมาทำงานอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวถนนรอบเมือง ร้านก็เจอโควิดก็ปิดอีกทำให้ไม่มีใครมีงานทำ หลังจากนั้นก็พากันออกหางานทำแต่ไม่มีใครจ้าง และเมื่อวานนี้ก็ไปกับลูกชายหางานทำไม่มีเงินเติมน้ำมันรถ จยย. น้องฮอนด้า เลยบอกให้แม่กลับมาก่อนเพราะน้ำมันเหลือน้อย ลูกชายก็เดินหางานทำต่อ ตอนค่ำก็เห็นลูกชายกลับมาบ้านพร้อมอาหาร 4 ถุงและบอกแม่ว่าเจ้าของร้านใจดีรับแม่ทำงานแล้ว
นาง ชูศรี แซ่ฉั่ว 58ปี เจ้าของร้านตี๋ไฮ้ก๋วยเตี๋ยวและกระเพาะปลา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 2 พ.ค.64 เวลาประมาณ 21.00 น.ขณะที่ลูกสะใภ้กำลังปิดร้าน มีเด็กผู้ชายชาย เดินมาของานทำ แต่เป็นเด็ก ทำให้ลูกสะใภ้เลยไม่ได้รับ จึงได้สอบถามของานให้แม่ทำด้วย ลูกสะใภ้เลยมาสอบถามตนกับสามี เห็นแล้วสงสารขึ้นมาทันที จึงให้กระเพาะปลาไป 4 ถุงและให้เงินไปจำนวนหนึ่ง ก็เลยถามน้องเขาว่ามายังไง น้องเขาก็บอกว่าเดินมาพอน้องเขาเดินไปสักพัก สามีของตนก็ขับรถตามไปพบว่าเขาเดินจริง ๆ จึงรับขึ้นรถกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ตนเองก็เรียกแกร็บ ให้ไปส่ง เห็นบอกว่าอยู่บ้านเซ เดินมาไกลเกือบ 10 กม.
ส่วนสาเหตุที่ช่วยเพราะรู้สึกสงสารน้อง อายุน้อยอย่างนี้ยังรู้จักคิดหางานทำ ซึ่งปกติแล้วก็เป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้พิษโควิดยอมรับหนักมาก ทุกคนได้รับผลกระทบ อย่างร้านของตนเองก็เจอเหมือนกัน แต่ก่อนลูกค้าเต็ม แต่ก็ยังพอที่ช่วยเหลือได้ ถึงแม้ว่าลูกค้า ไม่เยอะเหมือนเดิม ก็ช่วยเหลือกันคือตอนนี้ก็จะรับคุณแม่ของน้องเขาไว้ทำงานให้วันละ 300 บาท ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันไปสู้โควิดไปพร้อมกัน
//////////////////////////
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี 0804141617

 

Related posts