ประจวบคีรีขันธ์-เพื่อไทยประสานเสียงตามบี้คดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดประจวบฯโกงงบ 39.2 ล้าน

ประจวบคีรีขันธ์-เพื่อไทยประสานเสียงตามบี้คดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดประจวบฯโกงงบ 39.2 ล้าน

กรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกดำเนินคดีหลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการ 39.2 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ค รวม 165 ครั้ง ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังผัดแรก 12 วันในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 30 มิถุนายน นายอุดร โพธิ์พ่วง ผู้ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ( กมธ.) ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงหลังพบการทุจริตต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2563 ซึ่งจะตรวจสอบไม่พบการทุจริต หากสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่จ่ายเช็คเด้ง 1.2 แสนบาท ค่าเบี้ยเลี้ยงงานกาชาดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด น่าจะยังไม่ทราบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ล่าสุดผู้บริหารในพรรคฯให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากพบว่ามีปัญหาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นแห่งแรก ภายหลังมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ประธาน กมธ . ป.ป.ช.เชิญผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดไปชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากไม่เชื่อว่ามีลูกจ้างกระทำความผิดเพียงรายเดียว

นายอุดร กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังมีปัญหาจากการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มีเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงาจังหวัดสอบสวนกันเอง ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลาป่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ากรรมการบางรายที่แต่งตั้ง มีลายมือชื่อลงนามในเช็คเปล่า ที่เก็บไว้ในบ้านพักของผู้ต้องหาหรือไม่ ขณะที่หน่วยตรวจสอบภายในที่ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจไม่พบทุจริตดังกล่าว แต่ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง สำหรับการใช้เช็คเบิกจ่ายหากมีการนำลายมือชื่อไปตรวจสอบ ถ้ามีการระบุว่าเป็นลายเซ็นปลอมก็จะมีคำถามไปถึงผู้จัดการธนาคารกรุงไทยว่าที่ผ่านมาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่มีการเบิกจ่ายเช็คได้อย่างไร

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในฐานะนักกฎหมายได้ติดตามการแถลงข่าวของผู้ว่าราชการจังหวัด ยืนยันว่าการชี้แจงไม่ทำให้คลี่คลายข้อสงสัยหรือทำให้คดีนี้มีความกระจ่าง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าลูกจ้างทำความผิดเพียงรายเดียว ขณะที่มีการยอมรับสาเหตุที่ลูกจ้างโกงเงินในระบบออนไลน์ได้ เนื่องจากผู้อำนาจในการเบิกจ่าย 2 รายในสำนักงานจังหวัดได้มอบรหัสให้ใช้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นถือว่าอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมในการทุจริต รวมทั้งปล่อยให้มีการใช้ลายมือชื่อลงนามเบิกจ่ายเช็คจากธนาคารกรุงไทย และส่วนตัวเชื่อว่าเป็นไม่ได้ที่ผู้บริหารระดับจังหวัดจะไม่เคยเรียกตรวจสอบบัญชีการเงินการคลังของสำนักงานจังหวัดตลอดระยะเวลาที่มีการทุจริต

พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร ( ผบก.ภ.) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาความผิดในคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายที่มอบรหัสผ่านให้ลูกจ้างใช้ในการทุจริต เพราะต้องดูเจตนา และขณะนี้จากการตรวจสอบพบว่าลูกจ้างได้โกงงบไปทั้งหมดโดยไม่ได้แบ่งให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากหลักฐานเชื่อมโยงไม่ถึง จึงไม่ถือว่ามีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์จากการทุจริต แต่การสอบสวนในทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบทางละเมิด

“ เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากงบประมาณที่สูญหายทั้งหมด ทั้งการหักเงินเดือน ทำการยึดทรัพย์ หรือหากไม่มีจ่ายก็ต้องฟ้องร้องในดคีแพ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีลายมือในเช็คทุกฉบับต้องรอผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และ คดีนี้หากเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานสังกัดสำนักงานตรวจแห่งชาติ เบื้องต้นจะต้องสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน โดยไม่ได้รับเงินเดือนจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น ซึ่งยอมรับว่าระบบการบริหารงานมีความแตกต่างกัน “ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ กล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Related posts