กระบี่- โชคช่วย เต่ากระน้อย รอดหวุดหวิด ติดอวนตาข่าย พายุซินลากูซัดเกยตื้นฝั่งอันดามัน จนท ช่วยไว้ทัน (ชมคลิป)

กระบี่- โชคช่วย เต่ากระน้อย รอดหวุดหวิด ติดอวนตาข่าย พายุซินลากูซัดเกยตื้นฝั่งอันดามัน จนท ช่วยไว้ทัน

 

 

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2563 เวลา11.00 นผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง นาย สุวัฒน์ สุขศิริ หน.ขหล.ทุ่งทะเล และเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเลออกลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบเต่ากระ ติดตาข่าย จำนวน 1 ตัว ขนาดก้วาง 38 ซม. ยาว 23 ซม. ไม่ทราบเพศ น้ำหนัก 1.8 กก. ในบริเวณหาดทุ่งเลคาดว่าเต่าชนิดนี้ได้หากินในบริเวณตามชายฝั่งและเพื่อขยายพันธุ์ในฤดูกาลนี้ เเละคงจะไปติดตาข่ายของชาวประมง ตามบริเวณดังกล่าว ทางเจ้าหน้าได้ดำเนินการช่วยเหลือเต่ากระตัวน้อยไว้ได้ และทางเจ้าหน้ที่เขตได้มอบให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเล ดูแลรักษาต่อไป

ด้านนายสุวัฒน์ สุขศิริ หน.ขหล.ทุ่งทะเล ได้กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นฤดูมรสุม จึงได้พบเต่าและสัตว์น้ำชนิดต่าง ที่ถูกคลื่นลมแรงซัดขึ้นฝั่งเกยหาดอยู่บ่อยครั้ง ซึ้งทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินตรวจทุกครั่งเมื่อมีลมมรสุมพัดผ่าน เพื่อสำรวจความเสียหายเกิดขึ้น กระทั่งล่าสุดได้พบเต่ากระ ซัดเกยตื้นชายหาดอยู่บ่อยครั้งเนื่องมีขยะทะเลและอวนตะข่ายบ่อยครั้ง ซึ้งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือ และส่งไปรักษา มอบให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและอนุรักษ์พันธุ์ปู ป่าทุ่งทะเล ดูแลรักษาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เต่ากระ เป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง เต่ากระ หรือ เต่าปากเหยี่ยว (อังกฤษ: Hawksbill sea turtle; ชื่อวิทยาศาสตร์: Eretmochelys imbricata) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลังชั้นสัตว์เลื้อยคลาน และเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Eretmochelys[1]

มีลักษณะคล้ายเต่าตนุ (Chelonia mydas) โดยที่เป็นเต่าทะเลขนาดกลาง มีลำตัวไม่ใหญ่มากนัก จะงอยปากแหลมงองุ้มคล้ายกับจะงอยปากของนกเหยี่ยว มีเกล็ดบริเวณหัวด้านหน้า 2 คู่ และเกล็ดบริเวณด้านข้างข้างละ 4 เกล็ด ลักษณะของกระดองมีลวดลายและสีสันสวยงาม ขอบกระดองเป็นหยักโดยรอบ ซึ่งในอดีตมักจะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับและข้าวของต่าง ๆ เช่น หวี เมื่อโตเต็มที่ จะมีขนาดความยาวประมาณ 100 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม[2]

เต่ากระพบกระจายพันธุ์ในเขตอบอุ่นในมหาสมุทรทั่วทั้งโลก โดยมักอาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งที่สงบเงียบไม่มีการรบกวน จากการศึกษาพบว่า เต่ากระกินทั้งได้พืชและสัตว์ โดยใช้ปากที่งองุ้มนี้กินทั้งสาหร่ายทะเล, หญ้าทะเล รวมทั้งสัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ รวมถึงปะการังด้วย[3] วางไข่บนชายหาดครั้งละ 150-250 ฟอง

จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 และจัดเป็น 1 ใน 4 ชนิดของเต่าทะเลที่พบได้ในน่านน้ำไทย

 

ข้อมูลข่าว / ภาพ
มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน

Related posts