ประจวบคีรีขันธ์-จิตอาสาประจวบฯ พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์โรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

ประจวบคีรีขันธ์-จิตอาสาประจวบฯ พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์โรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

วันที่ 31 ตุลาคม นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาสหกรณ์ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่สหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด หมู่ 9 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง มีหัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทานร่วมกิจกรรม โดยทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานเครื่องยนต์และอุปกรณ์สำหรับสีข้าวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ขนาดกำลังการผลิต 16 เกวียน เครื่องยนต์ขนาด 3 สูบ 45 แรงม้า ราคา 750,000 บาท และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเดินเครื่องยนต์โรงสี เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2524 นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปลูกต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ 2 ต้น ที่บริเวณด้านหน้าโรงสีด้วย โดยปัจจุบันต้นมะม่วงทั้ง 2 ต้น ยังคงผลิดอกออกผลและได้รับการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดี

นายประวัติ แดงบรรจง สหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แก้ไขปัญหาการขาดทุนสะสมต่อเนื่องของสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวฯให้ฟื้นคืนกลับมามีสภาพคล่องตามปกติ ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟู 6 ด้านตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 แต่ยังไม่สามารถดำเนินการตามแผนทั้งหมด จากปัญหาขาดทุนสะสมกว่า 6 ล้านบาท ทำให้ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะนำมาเดินหน้าแผนการลงทุนได้ ปัจจุบันการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงและธุรกิจสถานีบริการน้ำมันซึ่งเป็นธุรกิจหลักของสหกรณ์ฯ ยังสามารถดำเนินไปได้ ประกอบกับสหกรณ์ฯ ได้ลดต้นทุนต่างๆ ทำให้ในแต่ละเดือนประสบกับปัญหาการขาดทุนลดลง รวมทั้งสหกรณ์ฯ อยู่ระหว่างการเร่งรัดเงินคืนจากลูกหนี้จำนวนกว่า 3 แสนบาท จึงประเมินว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้การฟื้นตัวของสหกรณ์ฯ ก็เป็นไปได้แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลานาน

“ หากมีขยายช่องทางการจำหน่ายข้าวสารได้มากขึ้นทั้งในพื้นที่ จ.ประจวบฯ และจังหวัดใกล้เคียงก็คาดว่าจะทำให้ตัวเลขผลประกอบการของสหกรณ์ฯ ดีมากขึ้นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดในการช่วยสนับสนุนข้าวสารมงคลบรรจุถุงของสหกรณ์ฯ ปัจจุบันได้นำข้าวสารมาจาก จ.กาญจนบุรี บรรจุถุงจำหน่าย ส่วนการเดินเครื่องโรงสีข้าวพระราชทานแม้ปัจจุบันจะสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่พบว่าเมื่อสีข้าวออกมาแล้วควบคุมคุณภาพได้ยากและไม่คุ้มกับต้นทุนจึงอาจจะทำการสีข้าวเป็นครั้งคราวเพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวชมเท่านั้น ขณะที่ในอนาคตมีแผนการพัฒนาโรงสีข้าวพระราชทานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเชิงประวัติศาสตร์”นายประวัติกล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Related posts