ประจวบคีรีขันธ์-หมอพื้นบ้านบางสะพานน้อยจัดตั้งธรรมนูญชุมชนหลัง ปปส.ปลดล๊อก 8 หมู่บ้านนำร่องปลูก-เสพกระท่อม

ประจวบคีรีขันธ์-หมอพื้นบ้านบางสะพานน้อยจัดตั้งธรรมนูญชุมชนหลัง ปปส.ปลดล๊อก 8 หมู่บ้านนำร่องปลูก-เสพกระท่อม

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายสันทัด เดชเกิด หมอพื้นบ้านเจ้าของสูตรยาบุญมรกตโอสถที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชา ในฐานะแกนนำเครือข่ายภาคประชาสังคม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เพื่อขอให้ 8 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย เป็นพื้นที่ผ่อนปรนพิเศษเพื่อปลูกและเสพใบกระท่อมสำหรับการวิจัย รวมทั้งนำมาใช้ในการรักษาโรคตามวิถีชุมชน และแก้ปัญหาเสพติดชนิดอื่นที่แพร่ระบาดในชุมชน ล่าสุด ปปส. อนุญาตให้ครอบครอง พืชกระท่อมทั้ง 8 หมู่บ้าน จำนวน 1,036 ต้น โดยมีการติดคิว อาร์โค้ดทุกต้น สำหรับขั้นตอนต่อไป ต้องรอการปลดใบกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติด จากนั้นประชาชนชาว ต.ช้างแรก สามารถพกพาใบกระท่อม ภายในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย ได้ไม่เกิน 30 ใบ เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบร่วมกับยาสมุนไพรชนิดอื่นเพื่อรักษาโรค

นายสันทัด กล่าวว่า จากการศึกษาแนวทางพื้นที่ต้นแบบที่ ต.บ้านน้ำพุ อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ที่มีการเสพพืชกระท่อมถูกกฎหมาย โดยใช้หลักธรรมนูญชุมชน ดูแลแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมและยาเสพติดชนิดอื่น ขณะนี้ ต.ช้างแรกได้จัดทำธรรมนูญชุมชนเพื่อสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยผ่านการประชาคมเพื่อรับรองและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการจัดระเบียบสังคมที่เกี่ยวข้องกับพืชกระท่อม โดยเป็นการปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ มีคณะกรรมการควบคุมพืชกระท่อมตำบลและระดับหมู่บ้านมีหน้าที่ควบคุม ติดตามและประเมินผล การปฏิบัติตามธรรมนูญชุมชน

“ สำหรับคุณสมบัติผู้เสพและครอบครองพืชกระท่อม เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ตำกว่า 18 ปี ไม่เป็นสตรีที่ตั้งครรภ์ มีภูมิลาเนาอยู่ในท้องที่ตามหลักฐาน เป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้เสพและครองครองพืชกระท่อม เป็นผู้ยินยอมเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนการเฝ้าระวังทางสุขภาพผู้เสพพืชกระท่อม ต้องขึ้นทะเบียนผู้เสพและครองครองพืชกระท่อม ห้ามผู้เสพพืชกระท่อมขาดการตรวจสุขภาพประจำปี ห้ามผู้ที่ได้รับอนุญาตชักจูงบุคคลอื่น ซึ่งไม่มีสิทธิ์เสพและครอบครองพืชกระท่อม นอกจากนั้นการการควบคุมกำหนดให้มีต้นกระท่อมหลังจากการสำรวจครัวเรือนละไม่เกิน 2 ต้น หากเกินให้ตัดทำลาย ครัวเรือนที่ครอบครองต้นกระท่อม ต้องขึ้นทะเบียน และได้รับการยืนยันจากการสำรวจ โดยรักษาคิว อาร์โค้ดที่ติดไว้ที่ต้นกระท่อม หากสูญหายให้แจ้งคณะกรรมการทราบทันที ห้ามครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนผู้เสพและครอบครองพืชกระท่อมทำการขยายพันธุ์หรือปลูกใหม่ และห้ามมีการซื้อขายใบกระท่อมโดยเด็ดขาด “นายสันทัด กล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Related posts