แม่ฮ่องสอน-เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวํฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึง “สุชาติ” เผยถนนผ่าน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา ระบุ เป็นเส้นทางเก่า ใช้สัญจรเพื่อความปลอดภัยในฤดูน้ำหลาก

แม่ฮ่องสอน-เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวํฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน ยื่นหนังสือถึง “สุชาติ” เผยถนนผ่าน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา ระบุ เป็นเส้นทางเก่า ใช้สัญจรเพื่อความปลอดภัยในฤดูน้ำหลาก
นายวรพจน์ รักธรรมเนียม เลขานุการเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน และ
นายเคลัญเญ โอโซลาไซ ได้เดินทางร่วม ยื่นหนังสือกับทางคณะ พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า คณะกรรมการเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชน ยืนหนังสือและชี้แจงเรื่องถนนที่ปรับปรุงใหม่ใน เขต ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้เส้นทางดังกล่าวได้เหมือนเดิม
โดยระบุว่า เส้นทาง ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดิมที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตามปกติตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เป็นเส้นทางเดินเลี่ยงน้ำท่วม น้ำหลาก มีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านที่อาศัยเส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมา เช่น หมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ-หมู่บ้านขุนแม่สอง – หมู่บ้านวาทู -หมู่บ้านโป่ง -จนถึงหมู่บ้านเสาหิน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเส้นทางย่นระยะเวลาเป็นอย่างมากถ้าหากเทียบกับการเดินทางในเส้นทางสายแม่สะเรียง ที่อาจต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ตำบลเสาหิน และหมู่บ้านต่างๆในพื้นที่จึงเลือกใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเป็นหลัก นอกจากพี่น้องประชาชนแล้ว ก็นี้ยังมีส่วนราชการภาครัฐต่างๆ ที่เดินทางเข้าออก รวมไปถึง คนเจ็บป่วย เด็กนักเรียน ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางเช่นเดียวกัน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หน่วยงานภาครัฐจะมองเห็นความสำคัญในบริบทของพื้นที่ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชายขอบให้สามารถเปิดใช้เส้นทางสัญจรนี้ได้อย่างปกติ
ทั้งนี้ ภายหลังได้รับหนังสือของ เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กล่าวเพิ่มเติม ว่า เส้นทางถนนที่เป็นปัญหา มีทั้งเส้นทางเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรอยู่จริงในบางจุด แต่บางจุดก็เป็นพื้นที่ใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ชัดเจนคือ อดีตหัวหน้า ขรป.ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านกระบวนการและไม่ได้รับการอนุมัติในการดำเนินการแต่อย่างใด ถือว่าผิดกฏหมายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากเส้นทางดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริง ก็ต้องมาดูวิธีการขึ้นตอนของการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายซึ่งก็ต้องมีการมาพูดคุยในหลักการร่วมกันทุกฝ่ายรวมถึงฝ่ายความมั่นคงด้วย
สุกัลยา / แม่อ่องสอน

Related posts