สมุทรสงคราม-เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เร่งปรับตัว รับวิกฤตพลังงานโลก ติดตั้งโซลาร์เซลล์รับมือความเสี่ยง “น้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่ง” หลังพ้นช่วงตรึงราคา

สมุทรสงคราม-เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เร่งปรับตัว รับวิกฤตพลังงานโลก ติดตั้งโซลาร์เซลล์รับมือความเสี่ยง “น้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่ง” หลังพ้นช่วงตรึงราคา
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของโลก และยังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก และอาจนำไปสู่ภาวะน้ำมันขาดแคลน รวมถึงราคาที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาพลังงานของรัฐบาล
ผลกระทบดังกล่าวเริ่มสะเทือนถึงภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องพึ่งพาพลังงานในการดำเนินกิจการ หนึ่งในนั้นคือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เริ่มปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน
นายพรณรงค์ สวนสำราญ อายุ 35 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแวนนาไม (กุ้งขาว) ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งประมาณ 25 ไร่ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในฟาร์มจำเป็นต้องใช้น้ำมันเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนกังหันตีน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งต้องทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้มีต้นทุนด้านพลังงานสูงมาก
จากความผันผวนของราคาน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐ ทำให้เขาตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 82 กิโลวัตต์ ภายในบ่อเลี้ยงกุ้ง เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการขับเคลื่อนระบบตีน้ำ โดยลงทุนติดตั้งบนหลังคาอาคารเป็นเงินประมาณ 1.4 ล้านบาท
นายพรณรงค์ บอกว่า ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันเพิ่มขึ้นหลายด้าน ทั้งค่าอาหารสัตว์ เคมีภัณฑ์ พันธุ์กุ้ง และค่าไฟฟ้า ขณะที่ราคากุ้งแวนนาไม ในตลาดกลับทรงตัวหรือบางช่วงปรับลดลง ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์น้ำมัน แม้จะช่วยลดต้นทุนลงได้บ้าง แต่ค่าไฟฟ้าก็ยังคงสูงอยู่ เนื่องจากระบบตีน้ำต้องทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายจึงตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนระบบตีน้ำในบ่อกุ้ง
หลังจากติดตั้งโซลาร์เซลล์ พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละ 100,000 ถึง 200,000 บาท ก็ลดลงได้ประมาณ 40,000 ถึง 60,000 บาท และหากสภาพอากาศมีแสงแดดเพียงพอ ระบบสามารถช่วยลดค่าไฟได้ราว 40-50 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ฟาร์มกุ้งของตนใช้ไฟฟ้าประมาณ 30,000 หน่วยต่อเดือน แต่ระบบโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 12,000 หน่วย ทำให้ใช้ไฟจากระบบหลักเพียง 18,000 หน่วยเท่านั้น จึงคาดว่าจะสามารถคืนทุนจากค่าติดตั้งได้ภายในประมาณ 3-4 ปี ดังนั้นตนจึงมองว่า พลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกสำคัญในอนาคต เพราะสามารถใช้ควบคู่กับพลังงานหลักคือไฟฟ้าได้ และหากช่วงใดมีฝนตกหรือแสงแดดไม่เพียงพอ ระบบก็จะดึงไฟฟ้าจากสายส่งมาเสริมทันที ทำให้กังหันตีน้ำสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง
0000000000000000000000000000000

Related posts