เชียงราย-จัดเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 จีนส่งทีมว่าวโลก ร่วมงาน

เชียงราย-จัดเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 จีนส่งทีมว่าวโลก ร่วมงาน

วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่สวนสาธารณะ “ลานฝัน” และอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ท่าเรือบั๊ก) บ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน รุ่นที่ 1 พร้อมจัดงานเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนคุณค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 โดยมุ่งยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สร้างมาตรฐาน และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ในการเปิดกิจกรรมโดยมี ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง สภาวัฒนธรรม  จังหวัดเชียงราย และเชียงของ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมการทำว่าว และเชื่อมสัมพันธ์ไทย–จีน มีตัวแทนสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ และปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเปิดกิจกรรมและการเปิดเทศกาลว่าวริมโขง ChiangKhong Kite Festival ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่เข้าร่วม กิจกรรมบินว่าวไทย–จีน ขึ้นสู่ท้องฟ้าแม่น้ำโขง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ก่อนนำคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเดินชมนิทรรศการและกิจกรรมการแสดงว่าวนานาชาติ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอำเภอเชียงของ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีศักยภาพต่อการขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในระยะยาว

นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ กล่าวว่า เทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของ ครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวริมแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อก่อนมีความนิยมมากในช่วงปลายฤดูหนาว ซึ่งมีลมแรงเหมาะแก่การเล่นว่า จึงต้องการรื้อฟืนประเพณีดั้งเดิมให้กลับมาคู่เมืองเชียงของอีกครั้ง โดยได้ประสานงานกับทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งที่จะมีการจัดกิจกรรมได้มีการทำหนังสือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอสนับสนุนว่าวนำมาเล่นและจัดแสดงภายในงาน ทั้งประเทศ ญี่ปุ่น จัน เยอรมัน และอีกหลายประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ไม่ได้ส่งมาเพียงแค่ว่าว แต่ได้ส่งทีมงาน และช่างฝีมือในการทำว่าว มาร่วมกิจกรรมและสอนทำว่าวให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปีต่อๆไป จะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้น และคาดว่าจะเลื่อนการจัดงานไปในช่วงฤดูหนาวที่มีลมแรงกว่านี้เพื่อความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม

จาง ไจ่หยวน หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง  กล่าวว่า เมืองเวยฟาง ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งว่าวโลก” เตรียมจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 43 อย่างยิ่งใหญ่ โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 เมษายน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากประสบการณ์การจัดงานกว่า 42 ปีที่ผ่านมา ภายในงานจะมีความพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงโชว์ว่าว การแสดงทางวัฒนธรรม และการแข่งขันว่าวจากผู้เข้าร่วมหลากหลายนานาชาติ

นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว งานเทศกาลว่าวครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองเวยฟางและจังหวัดเชียงราย (รวมถึงอำเภอเชียงของ) ของประเทศไทย โดยมีแผนที่จะใช้ “ว่าว” เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น เช่น การค้าขาย การนำเข้าและส่งออกสินค้าท้องถิ่นระหว่างสองเมือง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้วัฒนธรรมว่าวช่วยดึงดูดและผูกพันผู้คนของทั้งสองพื้นที่ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น
สำหรับประเด็นด้านการคมนาคมและโอกาสในการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเชียงรายและเมืองเวยฟาง (หรือชิงเต่า) ในอนาคตนั้น แม้ผู้ให้สัมภาษณ์จะเป็นตัวแทนที่ดูแลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยตรง ไม่ใช่ด้านการคมนาคม แต่ก็มีความเชื่อมั่นว่ามีความเป็นไปได้สูง หากทั้งสองพื้นที่มีความร่วมมือและไปมาหาสู่กันมากขึ้น การคมนาคมก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจไม่ได้มีเพียงแค่เส้นทางบินตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงและการคมนาคมรูปแบบอื่นๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

ในตอนท้าย ผู้แทนจากเมืองเวยฟางได้กล่าวเชิญชวนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวเชียงรายและเชียงของ ให้เดินทางไปเยือนประเทศจีน มณฑลซานตง และเมืองเวยฟาง เพื่อร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติและสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมจีน โดยทางเมืองเวยฟางพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับทุกคนด้วยมิตรภาพและความยินดีอย่างยิ่ง

วิโรจน์ วงศ์ใหญ่ จ.เชียงราย รายงาน

Related posts