สมุทรสงคราม- น้ำมันแพง-ขาดแคลน วิกฤตประมงแม่กลองจ่อจอดเรือต้นทุนพุ่ง 70% กดดันหนัก เสี่ยงแรงงานนับพันตกงาน เร่งรัฐแก้ด่วนก่อนกระทบทั้งห่วงโซ่อาหารทะเล
ที่ห้องประชุมสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด ภายในตลาดปลาแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเรือประมงราว 70 คน รวมตัวหารือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและขาดแคลน จนกลายเป็นวิกฤตซ้ำเติมต้นทุนการทำประมงอย่างหนัก โดยมีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร และ ดร.ปรีชา ศิริแสงอารำพี อดีตประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมรับฟังปัญหา 
โดยนายมงคล สุขเจริญคณา ระบุว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป 4 แนวทางสำคัญเพื่อเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ ประเด็นแรก คือการผลักดันให้นำน้ำมัน B20 มาใช้กับเรือประมงโดยเร็ว เนื่องจากมีราคาถูกกว่าน้ำมันทั่วไปและอาจช่วยบรรเทาภาระต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง ประเด็นที่สองคือการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้น้ำมัน B40 ซึ่งหลายประเทศเริ่มใช้งานแล้วและมีต้นทุนต่ำลง
ขณะที่ประเด็นที่สามคือ “แรงงาน” ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงสูง หากเรือประมงต้องหยุดดำเนินการ จะมีลูกเรือและแรงงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมากตกงานทันที ส่วนประเด็นสุดท้ายคือปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ ซ้ำเติมจากการนำเข้าสินค้าประมงราคาถูกจากต่างประเทศที่อาจมีการสำแดงข้อมูลไม่ตรงความจริง เช่น แจ้งเป็นชิ้นส่วนแต่แท้จริงเป็นสัตว์น้ำทั้งตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาตลาดในประเทศอย่างรุนแรง
ข้อเรียกร้องสำคัญจึงถูกส่งตรงถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศุลกากร ให้เข้มงวดตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้า และใช้มาตรการ IUU กับสินค้านำเข้าเช่นเดียวกับสินค้าประมงของไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบตลาด
สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามปัจจุบันมีเรือประมงพาณิชย์ประมาณ 400-500 ลำ โดยกว่า 90% เป็นเรืออวนลากที่มีต้นทุนน้ำมันสูงถึง 60-70% ของต้นทุนทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มทยอยจอดเรือ หลังน้ำมันสต๊อกเดิมหมดลง โดยราคาน้ำมันจากแทงเกอร์อยู่ที่กว่า 40 บาทต่อลิตร และราคาหน้าคลังอยู่ที่ 47-48 บาท ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มลดลงในระยะสั้น แม้จะมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจปรับลดลงในช่วง 5-6 เดือนข้างหน้า แต่คำถามสำคัญคือ “ชาวประมงจะอยู่รอดถึงวันนั้นหรือไม่” เพราะในระหว่างนี้ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายมงคล ย้ำว่าสถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง หากราคาสัตว์น้ำยังคงตกต่ำควบคู่กับต้นทุนที่สูงขึ้น อาจนำไปสู่การหยุดออกเรือในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไม่เพียงแต่ชาวประมง แต่ยังรวมถึงแพปลา โรงงานแปรรูป ตลาดแรงงาน ร้านค้า และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แรงงานหลายพันคนอาจต้องเผชิญภาวะตกงาน
ด้านนายชินชัย สถิรยากร เปิดเผยว่า วันนี้สหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด ได้ประสานผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่เพื่อจัดสรรน้ำมันวันละ 3,000-6,000 ลิตร มาจำหน่ายให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ในราคาหน้าปั๊มทั่วไป เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยอมรับว่าทางเลือกขณะนี้แทบไม่มี ไม่ว่าจะออกเรือก็ขาดทุนจากต้นทุนน้ำมันที่สูง หรือหากจอดเรือก็ต้องแบกรับภาระค่าแรงตามกฎหมายแรงงาน ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ “ไปต่อก็เจ็บ หยุดก็พัง” จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตนี้จะลุกลามจนยากเกินควบคุม
000000000000000000000000000





Users Today : 522
Users Yesterday : 426
Total Users : 9037098
Total views : 41352733
Who's Online : 3