แม่ฮ่องสอน-นายก อบต.แม่ลาหลวง เร่งสำรวจความเสียหาย น้ำลาหลาก นา-สวนจมน้ำ 170 ไร่ 36 ครัวเรือนเดือดร้อน

แม่ฮ่องสอน-นายก อบต.แม่ลาหลวง เร่งสำรวจความเสียหาย น้ำลาหลาก นา-สวนจมน้ำ 170 ไร่ 36 ครัวเรือนเดือดร้อน ซ้ำสะพานเบลี่ย์ ทล.108 ยังซ่อมไม่ได้ รถเกิน 15 ตันจอดรอเป็นแถว
นายก อบต.แม่ลาหลวง เร่ง ลุยสำรวจความเสียหาย พบ 4 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน รถไถจมหลายคัน ขณะที่ฝนยังตกต่อเนื่อง ระดับน้ำสูง ทำสะพานเบลี่ย์บ้านแม่ลาหลวงยังเสริมซัพพอร์ตไม่ได้ รถหนักเกิน 15 ตันจอดรอจำนวนมาก
นายศรแก้ว ประจักษ์เมธี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาหลวง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังเกิดน้ำป่าไหลหลากจากลำน้ำลา เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนาข้าว พืชไร่ต่างๆ ได้รับความเสียหายหนัก ท่ามกลางฝนที่ยังคงตกลงมาเป็นระยะ จากการสำรวจเบื้องต้นพบราษฎรได้รับความเดือดร้อนรวม 36 ครัวเรือน ใน 4 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 170.75 ไร่ พืชผลที่เสียหายหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฟักทอง และสวนทุเรียน นอกจากนี้ยังมีรถไถนาของชาวบ้านอีกหลายคันจมน้ำได้รับความเสียหาย 4 หมู่บ้าน 36 ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย บ้านสันติสุข หมู่ที่ 5 ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จำนวน 18 ครัวเรือน บ้านห้วยกูป๊ะ หมู่ที่ 4 จำนวน 8 ครัวเรือน บ้านสันติพัฒนา หมู่ที่ 7 จำนวน 6 ครัวเรือน บ้านสุขใจ หมู่ที่ 9 จำนวน 2 ครัวเรือน ส่วนพื้นที่หมู่บ้านอื่นๆ ในตำบลแม่ลาหลวง ได้แก่ บ้านแม่ลาหลวง (หมู่ 1), บ้านแม่สุ (หมู่ 2), บ้านห้วยกองเป๊าะ (หมู่ 3), บ้านห้วยไก่ป่า (หมู่ 6) และบ้านทุ่งป่าคา (หมู่ 8) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีรายงานความเสียหายเพิ่มเติม
ด้านความคืบหน้าการซ่อมแซมสะพานเบลี่ย์ วันนี้พบว่ามีรถขนส่ง รถพ่วง รถบรรทุกน้ำมัน ที่มีน้ำหนักเกิน 15 ตัน ต้องจอดรอเป็นแถวยาว เนื่องจากยังไม่สามารถข้ามสะพานได้ ด้าน นายช่างควบคุมโครงการก่อสร้างสะพาน โดยศูนย์ก่อสร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) เปิดเผยว่า ตอม่อสะพานเบลี่ย์ จุดก่อสร้างสะพานในทางหลวงหมายเลข 108 ตอนห้วยงู-หนองแห้ง ช่วง กม.240+625 – กม.240+675 ถูกกระแสน้ำหลากทำให้จุดซัพพอร์ตบริเวณฝั่งแม่สะเรียงเสียหาย ทำให้การรับน้ำหนักของสะพานลดลง จึงยังไม่แนะนำให้รถบรรทุกน้ำหนักเกิน 15 ตันข้าม ส่วนรถขนาดเล็กยังสามารถข้ามได้ตามปกติ
สำหรับแผนการดำเนินงาน ศูนย์ฯ จะดำเนินการต่อสะพานเบลี่ย์เพิ่มเติม (ฝั่งแม่สะเรียง) และเมื่อระดับน้ำลดต่ำลงจะเสริมซัพพอร์ตเข้าไปใหม่บริเวณจุดเดิม เพื่อให้สะพานกลับมารับน้ำหนักได้ตามปกติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมทำซุ้มซัพพอร์ตไว้ เมื่อระดับน้ำลดจนสามารถเข้าทำงานได้ จะยกซุ้มลงไปวางเพื่อค้ำยันต่อไป อย่างไรก็ตามตลอดทั้งวันนี้ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกเป็นระยะ ทำให้ยังไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้ ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำหนักเกินต้องจอดรอหลายคันในบริเวณดังกล่าว
กรมทางหลวงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ปฏิบัติตามป้ายเตือน สัญญาณจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนทางหลวง สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง
สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

Related posts