สมุทรสงคราม -เดินหน้า “The Life Saver’s Second Chance” เปิดโอกาสที่สอง สร้างผู้ต้องขังจิตอาสาช่วยชีวิต
สมุทรสงคราม -เดินหน้าสร้างโอกาสและคืนคุณค่าให้ผู้ต้องขัง ผ่านโครงการ “The Life Saver’s Second Chance: โอกาสที่สอง…ต่อลมหายใจ” ภายใต้ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างเรือนจำกลางสมุทรสงคราม สมาคมทีชฟอร์ไลฟ์ (Teach for Life Association) และยุวสมาคมแห่งประเทศไทย สมุทรสงคราม (JCI Samut Songkhram) มุ่งพัฒนาทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังนำทักษะไปต่อยอดหลังพ้นโทษ
นายศิริวัฒน์ คันทารส นายกสมาคม ทีชฟอร์ไลฟ์ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างระบบการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR และการปฐมพยาบาลฉุกเฉินภายในเรือนจำกลางสมุทรสงคราม โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยนายมานิต หนูเทศ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ เรือนจำกลางสมุทรสงคราม

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะของทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ตลอดจนจัดตั้ง “ทีมอาสาช่วยชีวิตภายใน” เพื่อเฝ้าระวังและตอบโต้เหตุฉุกเฉินภายในเรือนจำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยสมาคมทีชฟอร์ไลฟ์ จะสนับสนุนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมกับบริบทของเรือนจำ และจัดฝึกอบรมหลักสูตร “พี่เลี้ยงอาสาช่วยชีวิต” (Train-the-Trainer) รวมถึงหลักสูตรผู้ช่วยชีวิตสำหรับผู้ต้องขัง จำนวน 4 รุ่น พร้อมประเมินทักษะและออกใบประกาศนียบัตรรับรองแก่ผู้ผ่านการอบรม
ขณะที่ JCI สมุทรสงคราม จะรับผิดชอบด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สังคม พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและชุมชนในจังหวัด เพื่อสร้างโอกาสด้านการจ้างงานและการยอมรับแก่ผู้พ้นโทษที่ผ่านโครงการ
นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการไม่ได้มุ่งเพียงการสอน CPR หรือการปฐมพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “ให้โอกาสที่สอง” แก่ผู้ต้องขัง ด้วยการสร้างทักษะที่สามารถนำไปใช้ช่วยเหลือผู้อื่นและต่อยอดเป็นคุณค่าติดตัวหลังพ้นโทษ ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อผู้พ้นโทษจาก “ผู้เคยทำผิด” ไปสู่ “ผู้ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้”

ทั้งสามฝ่ายกำหนดให้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นรายไตรมาส และร่วมกันสรุปผลการดำเนินงานเป็น “สมุทรสงครามโมเดล” เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบให้หน่วยงานหรือเรือนจำแห่งอื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป โดย MOU มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และสามารถพิจารณาต่ออายุได้ตามความเห็นชอบร่วมกัน
โครงการ “The Life Saver’s Second Chance” จึงเป็นมากกว่าการฝึกทักษะช่วยชีวิต แต่เป็นการเปลี่ยน “โอกาสที่สอง” ให้กลายเป็นพลังในการช่วยชีวิตผู้อื่น พร้อมเปิดประตูให้ผู้ต้องขังได้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่าและมีทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
00000000000000000000000000000000000






Users Today : 1902
Users Yesterday : 1799
Total Users : 9169205
Total views : 41640368
Who's Online : 27