สมุทรสงคราม- “กะทิ-แป้ง” สู่ “ขนมครก” ตำนานรักคู่รักสืบสานประเพณีตักบาตรเกือบ 100 ปี

สมุทรสงคราม- “กะทิ-แป้ง” สู่ “ขนมครก” ตำนานรักคู่รักสืบสานประเพณีตักบาตรเกือบ 100 ปี
วันนี้ (19 ก.ย. 69) ที่วัดแก่นจันทน์เจริญ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า เมื่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมงานประเพณี “ทำบุญตักบาตรขนมครก” ประเพณีเก่าแก่ที่จัดขึ้นเพียงแห่งเดียวในจังหวัดสมุทรสงคราม
โดยชาวบ้านต่างช่วยกันเตรียมวัตถุดิบแบบวิถีโบราณ ทั้งโม่แป้ง ขุดมะพร้าว และคั้นกะทิสด ก่อนนำมาผสมเป็นตัวขนมครกสูตรดั้งเดิม ซึ่งมีเพียงแป้งข้าวเจ้า กะทิสด เกลือป่น และต้นหอมซอยโรยหน้า
เมื่อถึงเวลา ชาวบ้านช่วยกันหยอดแป้งลงเตาและแคะขนมครกกันอย่างคล่องแคล่ว ก่อนนำมาจำหน่ายให้ผู้ร่วมงาน โดยไม่ได้กำหนดราคา แต่เปิดให้ร่วมทำบุญนำเงินใส่ตู้ตามกำลังศรัทธา จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานจะนำขนมครกพร้อมน้ำตาลทรายสำหรับจิ้ม ใส่บาตรถวายพระภิกษุ เป็นทั้งการทำบุญและการร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดนำถวายวัดเพื่อใช้ในการพัฒนาวัดต่อไป
พิธีเปิดงานมี นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธาน พร้อมร่วมกิจกรรมกับชาวบ้านด้วยการแคะขนมครก ก่อนนำไปใส่บาตรถวายพระ
ขณะที่สีสันของงานปีนี้ เพิ่มความสนุกด้วยการแข่งขัน “ขุดมะพร้าวด้วยกระต่ายแบบโบราณ” รวมถึงการแข่งขัน “ปิดตาป้อนขนมครก” นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีไทยจากนักเรียนโรงเรียนวัดแก่นจันทร์เจริญ เพิ่มบรรยากาศแห่งความเป็นไทยให้กับงาน
สำหรับประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครก จัดขึ้นในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยมีแนวคิดเลียนแบบประเพณีตักบาตรขนมเบื้องในพระราชพิธีของพระราชวัง และวัดแก่นจันทน์เจริญได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบจ.สมุทรสงคราม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด อบต.บางพรม ฯลฯ จัดงานสืบต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 ในสมัยพระครูสุนทรสุตกิจ หรือ “หลวงปู่โห้” เป็นเจ้าอาวาส
ส่วนที่มาของประเพณีนี้ มีเรื่องเล่าหลากหลายจากคนเฒ่าคนแก่ หนึ่งในตำนานเล่าว่า “กะทิ” ชายหนุ่ม และ “แป้ง” หญิงสาว เป็นคู่รักที่ถูกผู้ใหญ่ขัดขวาง จนทั้งสองพลัดตกลงไปในหลุมพรางและเสียชีวิต ต่อมาชาวบ้านนำขนมที่ทำจาก “กะทิ” และ “แป้ง” มาเซ่นไหว้เพื่อรำลึกถึงทั้งคู่ ก่อนเรียกสั้น ๆ ว่า “ขนมครก”
อีกตำนานหนึ่งเชื่อว่า “ครก” มาจากคำว่า “คน-รัก-กัน” โดยขนมครกสองฝาประกบกันเปรียบเสมือนคู่รักที่อยู่เคียงคู่กัน จึงกลายเป็นความเชื่อมงคลว่า ผู้ที่มีคู่จะครองรักกันยืนยาว ส่วนผู้ที่ยังไม่มีคู่ก็จะได้พบเนื้อคู่
จากขนมพื้นบ้านธรรมดา จึงกลายเป็นประเพณีที่สะท้อนทั้งศรัทธา วิถีชีวิต และความรักของชุมชน ซึ่งชาวบ้านวัดแก่นจันทน์เจริญยังคงร่วมแรงร่วมใจกันรักษาประเพณีนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

Related posts