ปทุมธานี-เปิดประตูคลอง 8 และ12 เพิ่ม ช่วยคนนครนายกระบายน้ำลงเจ้าพระยา ย้ำเฝ้าระวังผลกระทบสองจังหวัด

ปทุมธานี-เปิดประตูคลอง 8 และ12 เพิ่ม ช่วยคนนครนายกระบายน้ำลงเจ้าพระยา ย้ำเฝ้าระวังผลกระทบสองจังหวัด

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายวัชรินทร์ บรรจงทรัพย์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ พร้อมด้วยนายสุชาติ กีรพันธ์ ตัวแทนชาวบ้านอำเภอองครักษ์ และตัวแทนประชาชนจากตำบลคลองใหญ่ ตำบลพระอาจารย์ ตำบลชุมพล และตำบลองครักษ์ จังหวัดนครนายก เข้าร่วมเจรจาติดตามสถานการณ์น้ำและหารือแนวทางเพิ่มการระบายน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดปทุมธานี โดยมี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ และนายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน เข้าร่วมประชุม ณ พื้นที่ประตูระบายน้ำคลอง 12 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ภายหลังการหารือ ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ปรับเพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำ 2 แห่ง เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยประตูระบายน้ำคลอง 8 จะเปิดเพิ่มบานละ 10 เซนติเมตร จากเดิมเปิดบานละ 10 เซนติเมตร ส่วนประตูระบายน้ำคลอง 12 จะเปิดเพิ่มอีกบานละ 5 เซนติเมตร จากเดิมที่เปิดไว้บานละ 10 เซนติเมตร ส่งผลให้ระดับการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เพิ่มเป็นบานละ 15 เซนติเมตร

นายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เป็นเวลา 2 ชั่วโมง พร้อมติดตามประเมินสถานการณ์ พบว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ จึงปรับเพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำอีก 5 เซนติเมตรในช่วงเย็นของวันก่อนหน้า และจากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดพบว่าระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดนครนายกเริ่มลดลง จึงเห็นควรให้เพิ่มการระบายน้ำอีกครั้งในวันนี้ โดยเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 เพิ่มบานละ 5 เซนติเมตร และคลอง 8 เพิ่มบานละ 10 เซนติเมตร

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังเร่งเดินเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่รังสิต ธัญบุรี และลำลูกกาอย่างต่อเนื่อง โดยจะติดตามระดับน้ำทั้งพื้นที่ต้นน้ำและท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชน

ด้านนายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ กล่าวว่า การปรับแผนระบายน้ำครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยจากการติดตามสถานการณ์ตั้งแต่วันก่อนพบว่าระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลง ส่วนพื้นที่ตอนล่างของคลอง 10 คลอง 11 คลอง 12 คลอง 13 และคลอง 14 ในเขตเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ ยังไม่พบผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

อย่างไรก็ตาม บริเวณหมู่ 5 ใกล้คลอง 14 พบว่ามีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนนริมคลองเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกั้นน้ำไม่ให้ไหลข้ามถนน พร้อมเร่งสูบน้ำจากพื้นที่ทุ่งลงคลอง และกำชับผู้นำชุมชนทุกแห่งให้เฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังมีความห่วงใยพื้นที่ลำลูกกาตอนล่าง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ระบายผ่านพื้นที่รังสิต

ขณะที่ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า จากการสอบถามตัวแทนประชาชนจังหวัดนครนายก พบว่าการเพิ่มการระบายน้ำช่วยให้ระดับน้ำในบางพื้นที่ลดลง แต่จำเป็นต้องควบคู่กับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อประชาชนจังหวัดปทุมธานี โดยได้ประสานผู้นำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การปรับเพิ่มการระบายน้ำจะดำเนินการเป็นขั้นบันได โดยพิจารณาจากระดับน้ำในจังหวัดนครนายกและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับจังหวัดปทุมธานี หากพบว่าการระบายน้ำส่งผลกระทบต่อประชาชนท้ายน้ำ จะพิจารณาปรับลดการระบายน้ำตามความเหมาะสม เพื่อให้ทั้งสองจังหวัดสามารถบริหารจัดการน้ำร่วมกันและลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ด้านตัวแทนชาวบ้านจังหวัดนครนายกแสดงความพึงพอใจต่อการปรับแผนระบายน้ำของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งช่วยแบ่งเบาปริมาณน้ำในพื้นที่องครักษ์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า หากการระบายน้ำส่งผลกระทบต่อประชาชนในจังหวัดปทุมธานี จะมีการหารือเพื่อปรับลดการระบายน้ำตามสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนทั้งสองจังหวัดได้รับความเดือดร้อน

Related posts