ชุมพรเลือดสาด! ดาบซามูไรคลั่ง ฟันคอ–ตัดแขนหนุ่มใหญ่ดับกลางหมู่บ้าน พระบิณฑบาตผงะ ตำรวจล่าข้ามคืนรวบคาบ้าน

รวบแล้วมือมีด เหตุ เช้ามืดเมืองหลังสวนเดือด ชาวบ้านบ้านบางจีนสะดุ้งตื่นรับวันใหม่ด้วยภาพสยอง มือมีดโหดคว้าดาบซามูไรยาวเกือบเมตร ไล่ฟันคู่กรณีไม่ยั้ง คอเกือบขาด แขนซ้ายหลุด เลือดนองถนนต่อหน้าพระสงฆ์ที่กำลังออกบิณฑบาต ก่อนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนี ตำรวจเร่งปิดเมือง ล่าตัวจนมุมไม่ถึง 24 ชั่วโมง


เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.56 น. บนถนนภายในหมู่บ้านบางจีน หมู่ 1 ตำบลปากน้ำ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ผู้เสียชีวิตคือ นายประจักร หอมหวล อายุ 52 ปี ถูกฟันอย่างโหดเหี้ยมกลางชุมชน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายนันทวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีทันที

พ.ต.ต.วิฑูรย์ เผือกวารี สว.(สอบสวน) สภ.ปากน้ำหลังสวน นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบศพผู้ตายนอนจมกองเลือด สภาพคอถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์จนเกือบขาด ข้อมือซ้ายถูกตัดขาดอย่างสยดสยอง เสียงร่ำไห้และความหวาดผวาปกคลุมทั้งหมู่บ้าน
พยานซึ่งเป็นแม่ค้าร้านใกล้จุดเกิดเหตุ ให้การชัดเจนว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงรุนแรง ก่อนที่นายนันทวุฒิจะคว้าดาบซามูไรไล่ฟันนายประจักรจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป
ตำรวจสืบสวนพบว่า ทั้งคู่มีปมแค้นสะสม เคยมีคดีทำร้ายร่างกายกันเมื่อปี 2567 แม้คดีจะจบและเคยถูกเรียกมาไกล่เกลี่ย แต่ความคับแค้นไม่เคยจบ สุดท้ายระเบิดเป็นโศกนาฏกรรมกลางหมู่บ้าน

ต่อมา ศาลจังหวัดหลังสวนออกหมายจับ ที่ 19/2569 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กระทั่งเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. ตำรวจภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.สุริยนต์ ชมมี ผกก.สภ.ปากน้ำหลังสวน ไล่กดดันต่อเนื่อง ก่อนบุกจับกุม นายนันทวุฒิ ได้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ พร้อมของกลางเป็น ดาบซามูไรยาวประมาณ 1 เมตร และเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดี
ด้าน นางประวีณา หอมหวล อายุ 50 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เดินทางไปศาลจังหวัดหลังสวน ยื่นคำร้องขอ ไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา ระบุหวาดกลัวอันตราย เพราะเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง จนต้องสูญเสียพี่ชายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว มีอาชีพเก็บของเก่าเลี้ยงแม่และญาติผู้สูงอายุ
ส่วนงานศพก็จะจัดให้พี่ชายห้าวันไปก็คงต้องอยู่กันด้วยความลำบากเพราะตนกับแม่ก็อายุมากแล้วพี่ชายก็มีอาชีพเก็บของเก่าเพื่อจุนเจือครอบครัวสมาชิกในครอบครัวก็ไม่ค่อยมีคนแข็งแรงเจ็บป่วยกันซะส่วนมากยอมรับว่าหวาดกลัวที่จะใช้ชีวิตในพื้นที่นี้ต่อไป
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ที่เกิดเหตุและไปยังบ้านผู้ก่อเหตุเพื่อที่จะสอบถามญาติผู้ก่อเหตุถึงการก่อเหตุในครั้งนี้แต่ก็ไม่มีใครอยู่ภายในบ้านไม่สามารถติดต่อใครได้จึงได้เดินทางกลับไปยังวัดแหลมสนที่จัดงานศพของผู้ตาย
คดีนี้กลายเป็นแผลลึกของชุมชน และเป็นอุทาหรณ์โหดว่า “ความแค้นที่ไม่ยุติ” อาจแลกมาด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514




Users Today : 56
Users Yesterday : 380
Total Users : 9016610
Total views : 41300519
Who's Online : 0