ปทุมธานี-โจรสายชิวผิวปากสบโอกาสฉกโทรศัพท์ร้านชำกล้องวงจรปิดจับภาพได้
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายกิตติกรณ์ นิยมมาก อายุ 28 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ตั้งอยู่เลขที่ 28/2 หมู่ 3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ว่าถูกคนร้ายเข้ามาขโมยโทรศัพท์มือถือที่ใช้สำหรับรับออเดอร์และสแกนสลิปโอนเงินของทางร้านไป โดยเหตุเกิดในช่วงกลางดึกของวันที่ 20 ก.พ. เวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมา
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกพฤติกรรมสุดอุกอาจและใจเย็นของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน โดยพบเป็นชายต้องสงสัย อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างผอม แก้มตอบ มีหนวดเคราเล็กน้อย ที่แขนขวามีรอยสัก การแต่งกายสวมหมวกบีนนี่ (หมวกไหมพรม) เสื้อแขนกุดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ รองเท้าแตะ และสะพายกระเป๋าข้าง
นายกิตติกรณ์ เปิดเผยพฤติการณ์ของคนร้ายว่า ในคืนเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวได้ทำทีเข้ามาเป็นลูกค้าเพื่อซื้อของ และจงใจสั่งให้พนักงานหยิบสินค้าให้ จังหวะที่พนักงานหันหลัง คนร้ายได้ฉวยโอกาสหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะใส่กระเป๋าทันที ซ้ำในคลิปยังปรากฏภาพคนร้าย “ผิวปาก” อย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความแตกว่ามือถือหายไปเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. มีลูกค้ามารอโอนเงินและต้องใช้โทรศัพท์ถ่ายสลิป ทางร้านจึงเร่งเปิดกล้องวงจรปิดดูและพบว่าถูกขโมยไปแล้ว พนักงานในร้านระบุว่าไม่เคยเห็นหน้าชายคนนี้มาก่อน
คาดว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานมาจอดหน้าร้าน แต่โชคร้ายที่กล้องวงจรปิดด้านนอกไม่สามารถบันทึกภาพตอนหลบหนีไว้ได้ เนื่องจากช่วงเวลานั้นเกิดกระแสไฟฟ้าดับพอดี หลังเกิดเหตุ นายกิตติกรณ์ได้นำคลิปวิดีโอไปโพสต์เตือนภัยในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อขอพลังโซเชียลช่วยแจ้งเบาะแส พร้อมตั้งรางวัลสินน้ำใจให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสจนสามารถตามของคืนได้ ทั้งนี้ เจ้าตัวต้องออกมายืนยันหนักแน่นว่า “เป็นเหตุการณ์จริง ของหายจริง” ไม่ใช่การทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมตร้านตามที่ชาวเน็ตบางส่วนเข้าใจผิดแต่อย่างใด
เบื้องต้น ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ สารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ภาพข่าว สมยศ-ลีลานุช โสภณวิมลรัตน์ /ปทุมธานี





Users Today : 257
Users Yesterday : 300
Total Users : 9021702
Total views : 41324218
Who's Online : 2