ตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจ PCT ภาค 5,บก.สส.ภ.5“แจ้งปุ๊บ จับปั๊บ!” ธนาคารประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบบัญชีม้า – คนคุมคดีคอลเซนเตอร์ยึดเงินสด 3 แสนได้ทันก่อนส่งมอบบอสชาวจีน

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวผลการปฏิบัติการจับกุมกลุ่มขบวนการเครือข่ายบัญชีม้าและกลุ่มควบคุมม้ากดเงินในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 3 คดี โดยมี พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว
ณ ลานแถลงข่าว บก.สส.ภ.5 ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ปฏิบัติการ ครั้งนี้โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช. ภ.5,
พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.วชิรศักดิ์ ศรีประสม รอง ผบก.บก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา รอง ผบก.ฯ ปรก.รอง ผบก.บก.สส.ภ.5 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม ตำรวจภูธรภาค 5 โดย เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5),เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5

ด้วย ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันสร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก สร้างผลกระทบทั้งต่อบุคคล ครอบครัว องค์กร และสังคมในหลายด้าน เช่น ความเสียหายทางการเงิน ระบบข้อมูลส่วนบุคคล ความเชื่อมั่น สุขภาพจิตเสื่อม สังคมและศีลธรรมตกต่ำ และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5ได้รวบรวมข้อมูลจนทราบถึงแผนประทุษกรรมของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ เมื่อหลอกลวงผู้เสียหายโดยวิธีการต่างๆ ได้แล้ว จะให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้ จากนั้นจะทำการถอนเป็นเงินสดในทันทีเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่และหลบหนีจากการถูกจับกุม ประกอบกับความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ฝ่ายธนาคาร ซึ่งได้เฝ้าระวังการทำธุรกรรมด้านการเงินที่มีความผิดปกติ และเชื่อว่าเป็นการทำธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เวลาประมาณ 16.20 น. ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย
1. น.ส.ชุฎา หรือโม ขอสงวนนามสกุล อายุ 32 ปี ที่อยู่ ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่นทำหน้าที่ ม้าถอนเงิน/เจ้าของบัญชีม้า 2. นายพิภพ หรือภพ/ซาง ไม่นามสกุล อายุ 37 ปี ที่อยู่ ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงิน 3. MR.ARR WAI หรืออาเหวย อายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมา ทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงิน 4. นายจงฟู่ แซ่ลี้ หรืออาฟู่ ไม่มีนามสกุล อายุ 25 ปี ที่อยู่ ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงิน

ฐานความผิด ผู้ถูกจับทั้ง 4 ราย : “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรืออั้งยี่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และเพิ่มเติมในส่วนของ MR.ARR WAI หรืออาเหวย ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ใดราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาต สิ้นสุดลงหรือถูกเพิกถอน พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522”
พร้อมของกลาง 1. เงินสดจำนวน 300,000 บาท 2. สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎาฯ จำนวน 1 เล่ม 3. บัตรATM ธนาคารกรุงไทย จำนวน 1 ใบ 4. กระเป๋าคาดอก ลายดำ-เทา จำนวน 1 ใบ 5. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

พฤติการณ์ : เมี่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 16.00น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ได้รับการประสานจากฝ่าย ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) และ Investigate Digital Channel สายงาน Financial Crime ธนาคารกรุงไทย ประสานให้ดำเนินการตรวจสอบ บุคคลต้องสงสัย รับโอนเงินจากผู้เสียหาย และได้เข้าทำธุรกรรมถอนเงินสดหน้าเคาเตอร์ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยทำธุรกรรมถอนเงินสด จากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎา ฯ จำนวนเงิน 300,000 บาท ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 จึงได้เดินทางไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ต่อมาเวลาประมาณ 16.20 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 เดินทางไปถึงพบ น.ส.ชุฎาฯ กำลังถอนเงินสดและเดินออกจากธนาคาร จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบและซักถามน.ส.ชุฎาฯ ให้การรับว่า ได้ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎาฯ ซึ่งเป็นบัญชีของตน จำนวนเงิน 300,000 บาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 เวลา 16.17 น. ซึ่งเงินสด จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ไม่ใช่เงินสดของตน ไม่ทราบว่ามาจากผู้ใด ทั้งนี้ตนได้รับคำสั่งการจากชายอีก 3 คน ซึ่งเฝ้าอยู่หน้าธนาคารเป็นคนสั่งการให้ทำตามขั้นตอนต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายตัวและทำการควบคุม ชายอีก 3 คนได้ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายพิภพ หรือภพ/ซางไม่นามสกุล , MR.ARR WAI หรืออาเหวย สัญชาติ เมียนมา และ นายจงฟู่ แซ่ลี้ หรืออาฟู่ ไม่มีนามสกุล พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อประสานงานกัน จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ควบคุม สั่งการให้ น.ส.ชุฎาฯ มาเบิกถอนเงินสดจริง
จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี จว.สระบุรี เนื่องจากถูกมิจฉาชีพแก็งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 2,400,000 บาท และในจำนวนนี้ถูกโอนมายัง บัญชี น.ส.ชุฎาฯ จำนวน 300,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้คืนเงินที่ตรวจยึดได้ให้ผู้เสียหาย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจภูธรภาค 5 แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่ชักชวนให้ไปเปิดบัญชี หรือขอใช้บัญชีเพื่อรับโอนเงินโดยเด็ดขาด ให้สัณนิษฐานไว้เสมอว่าเป็นการรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีโทษตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีในภายหลัง การเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ความผิดตามมาตรา 9 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566) การเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สองปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ความผิดตามมาตรา 10 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566)





Users Today : 215
Users Yesterday : 578
Total Users : 9025907
Total views : 41331997
Who's Online : 0