ขอนแก่น-สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เดินหน้าปรับใหญ่แผนแม่บทแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำชี หวังสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมราชาวดีรีสอร์ท ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในการประชุมปฐมนิเทศและการประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง โดยนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ มาใช้เป็นกรอบหลักในการจัดทำแผน พร้อมขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีปฐมนิเทศ เวทีย่อย และเวทีปัจฉิมนิเทศ รวม 19 ครั้ง ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำสาขา ก่อนสรุปผลเพื่อจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำชีที่ ชัด วัดผลได้ และนำไปใช้จริง สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชี อย่างยั่งยืน

นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวว่า ลุ่มน้ำชี เผชิญปัญหาซ้ำซาก ทั้งปัญหาอุทกภัย จากฝนตกหนักติดต่อกัน ลุ่มน้ำย่อยต่าง ๆ มีความสามารถในการระบายน้ำต่ำและไม่สม่ำเสมอ เกิดน้ำหลากล้นตลิ่ง อีกทั้งสิ่งกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำหลากไหลออกจากพื้นที่ได้ช้า โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจที่มีถนนเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทำให้สภาพของพื้นที่เปลี่ยนแปลงมีผลให้ระบายน้ำได้ช้าลง ข้อจำกัดด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือกลางสำหรับชะลอ หรือเก็บกักน้ำหลากจากต้นน้ำได้ นอกจากนั้นสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มความลาดชันของบางพื้นที่และบางลำน้ำค่อนข้างต่ำ ทำให้ระบายน้ำได้ช้า ในส่วนของภัยแล้ง ในเขตชลประทาน ฝนไม่ตกตามฤดูกาลปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำ ฝาย ซึ่งเป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้งไม่เพียงพอ แหล่งเก็บกักน้ำบางแห่งยังไม่มีการบริหารจัดการและระบบส่งน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอทำให้พื้นที่ด้านท้ายน้ำขาดน้ำรุนแรง รวมทั้งการลดลงของป่าต้นน้ำจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมือง และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในภาคการเกษตร ภาคการอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน

อีกทั้งปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำเสียจากภาคการเกษตร น้ำเสียจากภาคครัวเรือน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้น เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น การแก้ปัญหารายกรณีไม่เพียงพออีกต่อไป สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงต้องเร่งปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำชี เพื่อมองภาพรวมของทั้งลุ่มน้ำ วางทิศทางพัฒนาให้ชัด จัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการอย่างเป็นระบบลดการทำงานซ้ำซ้อน และยึดข้อมูลเชิงพื้นที่ควบคู่กับการรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำชีเพื่อนำมาประกอบในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์

ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 ยังกล่าวอีกว่า แนวทางการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชี ใช้หลักการของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม มาดำเนินการศึกษา โดยคำนึงถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมคัดเลือกทางเลือกที่เหมาะสม และนำไปบูรณาการกับการจัดทำแผนแม่บทฯ เพื่อให้แผนแม่บทฯ ลงถึงระดับพื้นที่และยืนอยู่บนความต้องการของคนในลุ่มน้ำ การดำเนินโครงการได้ออกแบบการมีส่วนร่วมแบบเข้มข้นตลอดกระบวนการ ผ่านการจัดประชุมรวม 19 เวที ครอบคลุมถึงระดับลุ่มน้ำสาขา ไปจนถึงระดับภาพรวมทั้งลุ่มน้ำ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม สะท้อนความต้องการ และข้อห่วงกังวลของคนลุ่มน้ำ ผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็น โดยในช่วงเริ่มต้นเป็นเวทีปฐมนิเทศโครงการและประชุมรับฟังความคิดเห็นซึ่งจัดขึ้น 2 ครั้งคือที่จังหวัดขอนแก่นในวันนี้ และที่จังหวัดยโสธรในวันที่ 18 มีนาคม 2569 เพื่อแนะนำโครงการ รวมทั้งจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำชี ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เชื่อมั่นว่าแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชีฉบับปรับปรุงนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลุ่มน้ำชี มีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด





Users Today : 489
Users Yesterday : 439
Total Users : 9033351
Total views : 41345494
Who's Online : 0