เชียงใหม่-แข่ง “ของกิ๋นลำ ทำขันโตก” 20 ทีมโชว์ของลำๆ จัดขันโตกแบบจัดเต็ม

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ผนึกพลังภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดเวทีแข่งขัน “ของกิ๋นลำ ทำขันโตก” ดันขันโตกล้านนาสู่เวทีสร้างสรรค์ ยกระดับวัฒนธรรมอาหารเชียงใหม่

 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ณ วันนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดการแข่งขัน “ของกิ๋นลำ ทำขันโตก” ตามหาสุดยอดผู้จัดสำรับขันโตกล้านนา ประจำปี 2569 โดยมีนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่​ นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และผู้บริหารวันนิมมาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน แขกผู้มีเกียรติ ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 20 ทีม

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วัฒนธรรมอาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะสำรับขันโตก ถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต เพราะมิได้สะท้อนเพียงรูปแบบของการจัดอาหาร หากแต่เป็นภาพแทน ของความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคม การให้เกียรติผู้มาเยือน ความเอื้อเฟื้อ และความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิตของชาวล้านนาการนำ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา ผ่าน “ขันโตก” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต ความประณีต และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเหนือได้อย่างลึกซึ้ง

เชื่อมั่นว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมอาหาร ล้านนาให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ให้เป็นเมืองมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต และมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ด้าน นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการแข่งขัน “ของกิ้นลำ ทำขันโตก” ประจำปี 2569 ทางสมาคมธุรกิจ ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นการต่อยอดการจัดกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในช่วงเทศกาลปีใหม่เมือง จากเดิมที่เคยจัดกิจกรรม “แข่งลาบ ได้ลาภ” มาแล้ว 2 ปี จากความสำเร็จของกิจกรรมในอดีต

โดยปีนี้มีความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ สมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ สมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ วันนิมาน และได้รับการสนับสนุนจาก คุณตัน อิชิตัน

“ขันโตก” ถือเป็นสำรับอาหารที่ประณีต สูตรอาหารพื้นเมือง รสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์คือมรดกทางวัฒนธรรมของ คนล้านนา ที่ถักทอจากภูมิปัญญา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณมาอย่างยาวนานให้สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวร่วมสมัย และเข้าถึงนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

การแข่งขันครั้งนี้ หลักเกณฑ์การตัดสินครอบคลุมทั้งอัตลักษณ์ล้านนา รสชาติอาหาร การจัดวาง ความสะอาด ความคิดสร้างสรรค์ และการเล่าเรื่องของสำรับอาหาร โดยมีเมนูสำคัญ ได้แก่ ลาบ แกงขนุน และน้ำพริกหนุ่ม เพื่อสะท้อนรสชาติพื้นเมืองอย่างแท้จริง กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสืบสานวัฒนธรรมล้านนาพร้อมต่อยอดสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้มีฝีมือด้านอาหารพื้นเมือง ได้ร่วมกันถ่ายทอดความงดงามของ “ขันโตก” ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิต และการต้อนรับของชาวล้านนา พร้อมทั้งเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอาหารล้านนาให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เชื่อมั่นว่า การแข่งขัน “ของกิ๋นลำ ทำขันโตก” ในปีนี้ จะได้เห็นการนำเสนอขันโตกที่สะท้อนความเป็นล้านนาอย่างแท้จริง ควบคู่กับการประยุกต์ให้ร่วมสมัย โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิม อันจะเป็นส่วนสำคัญในการเชิดชูและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของภาคเหนือให้คงอยู่ต่อไป

คุณธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางเพียงเพื่อชมสถานที่ แต่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่มีเรื่องราว มีอัตลักษณ์ และสะท้อนตัวตนของพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่ง “อาหาร” คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สามารถสื่อสารวัฒนธรรมได้อย่างดีที่สุด อาหารล้านนา โดยเฉพาะ “ขันโตก” นั้นนอกจากจะเป็นอาหาร ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวล้านนา

 

การนำขันโตกล้านนาเข้าสู่เวทีการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับอาหารท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งสำคัญของประเทศไทยในการสร้างความประทับใจและความยั่งยืนทางการท่องเที่ยว เชื่อมั่นว่า กิจกรรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมอาหารล้านนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น

 

 

ขณะที่ ผู้บริหารวันนิมมาน กล่าวว่า การสนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้พื้นที่เมืองเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน พร้อมชี้ว่า “ขันโตก” ไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับและภูมิปัญญาล้านนาที่ทรงคุณค่า

สำหรับผลการแข่งขัน “ของกิ๋นลำ ทำขันโตก” ประจำปี 2569 ปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โอชาสถาพร
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โรงแรม เมอเวนพิค สุริวงศ์ เชียงใหม่ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ร้านลำดีตี้ขัวแดง นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้แก่ ร้านปรุง, โรงแรมศิริปันนา, ครัวหลองข้าว, ท่าตำหนัก, โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว, โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ และทีมหอมแกงเหนือ (ร้านอาหารเรือนแพ จังหวัดลำปาง)

ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการปรุงและการจัดสำรับขันโตกล้านนา ที่ผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมอาหารพื้นเมืองได้อย่างโดดเด่น การแข่งขันในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการสืบสานวัฒนธรรมล้านนา พร้อมต่อยอดสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตอย่างยั่งยืน

Related posts