สมุทรสาคร-ไล่ล่า 36 ชม.รวบ “โจ๊ก – เข้” ร่วมกันชิงทรัพย์ร้านทองกรุงทพเยาวราชห้างบิ๊กซี ด้าน ผบช.ภ.7 ลั่น ไม่สนคนกินขี้ แต่อย่าด้อยค่าตำรวจไทย
เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 04 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7,พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7,พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ,พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.7,กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร และ สภ.โคกขาม ได้แถลงผลการจับกุมตัว นายรัฐธนินท์ หรือ โจ๊ก อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดลพบุรี กับ นายนนทกร หรือ เข้/ยักษ์ อายุ 34 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครสวรรค์ ทั้งสองคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อ ไม่เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้น การจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ พร้อมของกลางเป็น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่นClick สีดำ – ชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน,รถยนต์ ยี่ห้อ SUZUKI รุ่น CIAZ RS VCT สีแดง หมายเลขทะเบียน 9กษ 2314 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และหมวกคลุมใบหน้าที่คนร้ายใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุอีก 1 ชิ้น
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 กล่าวว่า พฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายนั้น จากเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.50 น. นายโจ๊ก ได้เข้าไปชิงทองรูปพรรณ ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอกชัย หมู่ที่ 4 ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยสวมชุดไลน์แมน สวมหมวกปกคลุมใบหน้า เมื่อเข้าไปภายในร้านได้บอกว่ามีของมาส่ง แล้วชักอาวุธปืน (ปลอม) ออกมา
ข่มขู่พนักงาน ก่อนที่จะกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปปลดทองรูปพรรณที่แขวนอยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีทองรูปพรรณสูญหายไปทั้งสิ้น 16 บาท จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป แล้วก็ไปจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์เก๋งสีแดง ที่มีนายยักษ์ หรือนายเข้ จอดรออยู่ แล้วก็ขับหลบหนีไปด้วยกัน โดยนายเข้ขับรถพาไปแวะพักที่จังหวัดนครสวรรค์(บ้านเกิด) ก่อน แล้วจึงหนีต่อไปที่จังหวัดน่าน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวทั้ง 2 คนไว้ได้พร้อมกันภายใน 36 ชั่วโมงโดยในชั้นจับกุมนั้นนายยักษ์หรือเข้ ให้การรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่พอนำตัวมาในชั้นสอบสวนกลับยังให้การภาคเสธ แต่ทางตำรวจก็มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งในส่วนของนายเข้หรือยักษ์ เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ในคดีลักทรัพย์ผู้อื่นเป็นทองรูปพรรณเกือบ 300 บาท พื้นที่จังหวัดน่าน และยังมีคดีอื่นๆ อีกเพียบ ต่อมาได้มาอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่แถวตำบลบางโทรัด และก่อนที่ทั้ง 2 คนจะร่วมกันลงมือชิงทรัพย์นั้น จากคำให้การของนายโจ๊ก บอกว่า นายยักษ์ หรือ เข้ ได้มีการวางแผนมาอย่างดี โดยมีการมาดูลาดเลา 3 – 4 วันก่อนลงมือ ไปซื้อรถจักรยานยนต์มือสองมาไว้ก่อน 2 วัน แล้วนำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ในจุดที่จะทำการเปลี่ยนถ่ายรถ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนปลอม ชุดไลน์แมน เพื่อให้นายโจ๊กไปลงมือชิงทรัพย์ เมื่อถึงวันที่นัดหมายเป็นผู้พานายโจ๊กมายังรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ แล้วก็ให้นายโจ๊กไปก่อเหตุ พอได้ทรัพย์มาแล้วก็เอารถ จยย.มาจอดทิ้งไว้ที่เดิม ก่อนพานายโจ๊กขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ส่วนของกลางนั้นตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตาม เพราะนายโจ๊กบอกว่า ทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่นายยักษ์ หรือเข้ ส่วนนายยักษ์หรือเข้ ก็ยังไม่ยอมให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน
ด้านนายรัฐธนินท์ หรือ โจ๊ก รับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ลงมือชิงทองจริง โดยที่ทำไปเพราะต้องการทดแทนบุญคุณพี่ยักษ์ที่ให้ที่กินที่หลับนอน เนื่องจากตนเองตกงาน อีกทั้งยังมาจากความโลภเพราะพี่ยักษ์บอกจะแบ่งทองให้คนละครึ่ง แต่จนขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้ทองเลยสักบาท ได้แค่ 3,000 บาทเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่นายยักษ์หรือเข้ วางแผนให้ตนไปชิงทองนั้น เชื่อได้ว่าน่าจะมาจากต้องการหาเงินไปใช้หนี้ เพราะตนเห็นมีคนมาทวงหนี้พี่เขาอยู่หลายครั้ง
พล.ต.ท.พิสิฐฯ ผบช.ภ.7 กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนั้น มีหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ในส่วนที่มีผู้โพสต์ข้อความอันเป็นการด้อยค่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ส่วนตนและผู้ปฏิบัติงานไม่ได้คิดที่จะไปเอาผิดประการใด แต่ก็อยากจะฝากไว้ว่า อย่าใช้โซเชียลมาด้อยค่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย เพราะทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจจริง แต่การจะจับกุมใครนั้นต้องขึ้นอยู่กลับหลักฐานและความยากง่ายในการทำงาน จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานเพื่อความสงบสุขของสังคม
ทั้งนี้หลังจากที่ทำการแถลงข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง ผบช.ภ.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ก็ได้ควบคุมตัวนายโจ๊ก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ณ ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขามหาชัย 2 ภายในห้างบิ๊กซีสาขาเอกชัย ต.โคกขาม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ก่อนที่จะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อ ไม่เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้น การจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน







Users Today : 403
Users Yesterday : 582
Total Users : 9061734
Total views : 41401977
Who's Online : 1