สมุทรสาคร-ชาวประมงเดือด ร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ ให้บริการช้า เสียเวลาทำมาหากิน

สมุทรสาคร-ชาวประมงเดือด ร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ ให้บริการช้า เสียเวลาทำมาหากิน
เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร พร้อมด้วยตัวแทนชาวประมงกว่า 50 คน รวมตัวยื่นหนังสือถึงนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร กรณีขอร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่และการให้บริการประชาชนของสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร และ ขอติดตามความคืบหน้าเรื่องเครื่องมืออวนรุน โดยมีนายรณกฤต อุดมสุขโกศล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้รับหนังสือ เพื่อนำเสนอต่อผู้อำนวยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ต่อไป
นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การรวมตัวกันของพี่น้องชาวประมงในครั้งนี้ ก็เนื่องจากสุดจะทนกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร (บางคน) หลังพบปัญหาการให้บริการประชาชนล่าช้า ทำชาวประมงเดือดร้อนหนัก ต้องเสียเวลาเดินทางโดยไม่ได้รับบริการตามที่นัดหมายไว้ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อการออกเรือทำมาหากินของพี่น้องชาวประมงเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ทางสมาคมการประมงสมุทรสาคร ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกที่เป็นชาวประมงในจังหวัดสมุทรสาคร กรณีการไปติดต่อประสานงานและขอรับบริการจากสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครแล้วไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ บางครั้งในเวลาราชการก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานอยู่ปฏิบัติหน้าที่ให้บริการประชาชน โดยได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ตามคำสั่งของประมงจังหวัดสมุทรสาคร กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนและชาวประมงที่เดินทางไปติดต่อราชการ ทำให้ผู้มาติดต่อราชการต้องเสียเวลาและอาจได้รับความเสียหายจากความล่าช้าในการดำเนินการ อีกทั้งทางสมาคมฯ ยังได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกด้วยว่า ลักษณะการปฏิบัติงานดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยมีการจัดกิจกรรมและออกปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดข้อกังวลว่า ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครยังมีเจ้าหน้าที่เพียงพอสำหรับให้บริการประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการหรือไม่ และมีการมอบหมายเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงานและให้บริการประชาชนอย่างเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ สมาคมการประมงสมุทรสาครเห็นว่า การจัดกิจกรรมและการปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นภารกิจของหน่วยงานราชการที่สามารถดำเนินการได้ แต่ควรมีการบริหารจัดการกำลังเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภารกิจด้านการให้บริการประชาชนที่มาติดต่อราชการ โดยเฉพาะประชาชนและชาวประมงซึ่งบางกรณีต้องเดินทางมาเป็นระยะทางไกลและได้ประสานงานหรือนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมถึงกรณีที่ไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าด้วย
นอกจากนี้ สมาคมการประมงสมุทรสาครขอติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดตาอวนของเครื่องมืออวนรุนที่มีมติผ่านคณะกรรมการประมงจังหวัดแล้วนั้น ซึ่งในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายเลขาฯโดย ประมงจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้มีการติดตามและรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุม ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวประมงในพื้นที่ให้ความสนใจ แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้สมาชิกเกิดความกังวลและต้องการทราบถึงแนวทางและระยะเวลาในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น สมาคมการประมงสมุทรสาคร จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติราชการและการให้บริการประชาชน เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและชาวประมงที่มาติดต่อราชการ
นายมงคลฯ บอกอีกว่า กรณีดังกล่าวนับเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาวประมงสมุทรสาคร ที่ต้องการให้มีการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด หากยังนิ่งเฉยไม่มีการแก้ไขในส่วนการให้บริการแก่พี่น้องประชาชนและชาวประมง ของเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร และไม่มีคำตอบเรื่องตาอวนของเครื่องมืออวนรุนให้เป็นที่ชัดเจนนั้น ก็จะมีการขับเคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมประมงโดยตรงต่อไป
ทั้งนี้ หลังจากที่มีการยื่นหนังสือฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวแทนชาวประมง ผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และ ผู้แทนจากสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้มีการเปิดห้องประชุมหารือร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติในกรณีที่มีการยื่นข้อร้องเรียน แต่เนื่องจากผู้แทนของสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครนั้น ไม่ใช่ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ผู้มีอำนาจในการออกคำสั่งโดยตรง ทางตัวแทนสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร จึงขอให้มีการนัดประชุมเจรจาหารือกันอีกรอบ โดยต้องมีประมงจังหวัดสมุทรสาครเข้าร่วมด้วยในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้ เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนในทุกกรณี แต่ถ้ายังมีการบ่ายเบี่ยงอีกครั้ง ก็จะนัดหมายรวมตัวกันเข้ากรุงเทพฯ ทันที.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน

Related posts