สมุทรสงคราม- ชาวสวนหวิดดับ ใบตัดหญ้าพันสายดำถูกไฟดูด ตรวจสอบพบสายสื่อสารพาดสายไฟฟ้า แจ้งความ 3 ครั้ง เกือบเดือนยังไร้คำตอบ ใครต้องรับผิดชอบ

สมุทรสงคราม- ชาวสวนหวิดดับ ใบตัดหญ้าพันสายดำถูกไฟดูด ตรวจสอบพบสายสื่อสารพาดสายไฟฟ้า แจ้งความ 3 ครั้ง เกือบเดือนยังไร้คำตอบ ใครต้องรับผิดชอบ
เหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยโดย นายไมตรี พระรักษา อายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ อาชีพทำสวนมะพร้าวในพื้นที่ ต.กระดังงา อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งนำประสบการณ์เฉียดตายมาเป็นอุทาหรณ์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
นายไมตรี เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ขณะกำลังใช้เครื่องตัดหญ้าตัดหญ้าภายในสวนตามปกติ ระหว่างทำงานจานเอ็นของเครื่องตัดหญ้าเกิดไปพันเข้ากับสายสีดำ ลักษณะคล้ายสายสื่อสารหรือสายอินเทอร์เน็ต จึงหยุดเครื่อง ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดตะขอสายสะพายเครื่องตัดหญ้า แต่ทันทีที่สัมผัสสายดังกล่าว กลับถูกกระแสไฟฟ้าดูดเข้าที่ฝ่ามืออย่างรุนแรง ร่างกายทรุดลงกับพื้น ต้องพยายามใช้แรงที่เหลืออยู่สะบัดมือและตัวออกจากสาย ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและพักรักษาตัวนาน 2 วัน จากนั้นจึงกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน
หลังเกิดเหตุ วันที่ 12 สิงหาคม นายไมตรีได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางคนที เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามหน่วยงานเจ้าของสายมารับผิดชอบ แต่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดวันแม่แห่งชาติ จึงมีเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่ได้ปฏิบัติงานตามปกติ
รุ่งขึ้นวันที่ 13 สิงหาคม นายไมตรีไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางคนที ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ก่อนพบว่าสายดังกล่าวเป็นสายระบบสื่อสารของบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งที่สำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบย้อนกลับไปประมาณ 5 เสาไฟ หรือระยะทางราว 300 เมตร กลับพบว่าสายสื่อสารพาดอยู่กับสายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ จึงตัดสายสื่อสารออกจากระบบ พร้อมแนะนำให้นายไมตรีติดต่อบริษัทผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อแจ้งเหตุและขอให้ตรวจสอบเรื่องความรับผิดชอบ
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการแก้ไขระบบจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และแนะนำให้นายไมตรีไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานของบริษัทในวันที่ 14 สิงหาคม กลับพบว่าแบบฟอร์มที่บริษัทจัดไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้บริการทั่วไป ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือการได้รับบาดเจ็บ จึงลงชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
วันที่ 21 สิงหาคม นายไมตรีเข้าแจ้งความเพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่สามารถระบุผู้กระทำหรือหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบได้อย่างชัดเจน โดยเห็นว่าจากการตรวจสอบร่วมกับการไฟฟ้าฯ สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการติดตั้งหรือการพาดสายสื่อสารที่ไม่เป็นไปตามหลักการ ต่อมาวันที่ 2 กันยายน เจ้าหน้าที่บริษัทเดินทางมาเยี่ยมและชี้แจงว่า ระบบของบริษัทไม่มีกระแสร์ไฟฟ้าแรงดัน 220 โวลต์ จึงเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความบกพร่องหรือความผิดพลาดของบริษัท
คำชี้แจงดังกล่าวทำให้นายไมตรียังคงติดใจและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่าถูกไฟฟ้าดูดจริง ขณะเดียวกันการตรวจสอบหลังเกิดเหตุยังพบว่าสายสื่อสารพาดอยู่กับสายไฟฟ้า
ล่าสุดวันที่ 3 กันยายน นายไมตรีจึงเข้าแจ้งความเป็นครั้งที่ 3 พร้อมขอให้พนักงานสอบสวนเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายมาให้ปากคำ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดตั้ง การพาดผ่านของสายไฟกับสายสื่อสาร รวมถึงตรวจสอบว่าใครหรือหน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายไมตรี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่เพียงการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ต้องการคำตอบว่า “ใครเป็นผู้รับผิดชอบ” เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเสี่ยงถึงชีวิต หากวันนั้นไม่สามารถสะบัดตัวออกมาได้ ผลที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่านี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า อย่าคิดว่าสายสื่อสารทุกเส้นจะไม่มีไฟฟ้า หากพบสายสื่อสารหรือสายไฟที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ไม่ควรสัมผัสหรือเข้าใกล้โดยประมาท เพราะแม้สายไฟเบอร์ออปติกตามหลักการจะไม่มีกระแสไฟฟ้า แต่หากการติดตั้งหรือบำรุงรักษาไม่ถูกต้อง จนสายสื่อสารสัมผัสกับสายไฟฟ้า ก็อาจทำให้เกิดอันตรายและกระแสไฟฟ้าถ่ายเทมายังผู้สัมผัสได้
นายไมตรี ย้ำว่า ต้องการให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นบทเรียน และเป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสายไฟและสายสื่อสารที่พาดผ่านกันอย่างไม่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้จุดเสี่ยงลักษณะเดียวกันกลายเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรม และไม่ต้องรอให้มีผู้เสียชีวิตก่อนจึงจะหาคนรับผิดชอบ
0000000000000000000000

Related posts