สมุทรสาคร-ฟ้าผ่าเมรุวัดคลองซื่อ ยอดหักขาดเสียหายหนัก เจ้าอาวาสเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบูรณะซ่อมแซม
เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดประสาทสามัคคีธรรม (วัดคลองซื่อ) ต.บางโทรัด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ภายหลังได้รับแจ้งจากศิษยานุศิษย์วัดฯ ว่า มีเหตุการณ์ ฟ้าผ่าเมรุวัดคลองซื่อ ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายกับยอดเมรุ,หลังคาศาลาสวดพระอภิธรรมศพ,หลังคาโรงครัว และหลังคากุฎิสงฆ์ที่อยู่ข้างเคียง ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งก็ได้พบกับ พระลูกวัด และไวยาวัจกรวัด พาไปดูจุดที่ถูกฟ้าผ่า โดยพบว่าบริเวณที่เกิดเหตุ มีเศษปูนจากยอดเมรุตกกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นไปทั่วบริเวณ ขณะที่ฝ้าเพดานของศาลาสวดศพแตกหักและร่วงหล่นลงมาเป็นบริเวณกว้าง ไฟฟ้าในศาลาถูกตัดขาดชั่วคราว ส่วนหลังคาโรงครัวที่มุงด้วยกระเบื้องก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มีกระเบื้องแตกเป็นรูจากแรงกระแทกของเศษวัสดุที่ตกลงมา ขณะที่บริเวณด้านหลังเตาเผาศพที่มีสายล่อฟ้าติดตั้งไว้ ขาดหลุดออกจากตำแหน่งเดิม ผนังกระเบื้องแตกหลุดล่อนออกมา ทำให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังมีหลังคากุฏิของหลวงตา ได้รับความเสียหายถูกเศษกระเบื้องหล่นใส่จนแตกอีกด้วย

ด้านพระอธิการรังสาห์ ปญฺญาวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดประสาทสามัคคีธรรม (วัดคลองซื่อ) เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.32 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 โดยเป็นเหตุภัยธรรมชาติ ฟ้าผ่าลงมาที่บริเวณยอดเมรุเผาศพ ส่งผลให้ส่วนยอดเมรุที่มีลักษณะเป็นยอดบัว และปล่องเมรุยาวประมาณ 1 เมตร แตกหักขาดลงมา จนทำให้เกิดความเสียหายหลายจุด แต่ในส่วนของตัวเตาที่ใช้เผาศพซึ่งเป็นระบบเตาถ่าน ยังมีความมั่นคงแข็งแรงไม่เกิดความเสียหาย คาดว่าน่าจะยังสามารถใช้งานได้ แต่จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพและความปลอดภัยอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม
เจ้าอาวาสวัดฯ เล่าอีกว่า ช่วงเช้ามืดวันดังกล่าวนั้น ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก 2 – 3 ชั่วโมงติดกัน พอถึงเช้ามืดก็มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านและพระในวัดต่างก็ได้ยินกันชัดเจน แต่ไม่มีใครคิดว่าจะผ่าลงที่ยอดเมรุ กระทั่งตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรในช่วงวันพระเข้าพรรษา ก็มีพระลูกวัดและชาวบ้านเห็นว่า ฟ้าผ่ายอดเมรุหักลงมา จึงได้แจ้งให้เจ้าอาวาสพร้อมกับไวยาวัจกรทราบ หลังจากนั้นก็มีการหารือกันว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป
โดยเมรุแห่งนี้ก็เพิ่งจะบูรณะไปเมื่อราวๆ 2 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินไปหลายแสนบาท มาคราวนี้ต้องบูรณะซ่อมแซมกันอีกครั้ง ไม่เพียงแค่ยอดเมรุเท่านั้น แต่รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายส่วนอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็คงต้องใช้เงินอีกจำนวนมากเช่นกัน และในช่วงนี้ หากมีญาติโยมที่เสียชีวิต ก็จะต้องให้ไปใช้ศาลาการเปรียญที่ใช้ทำบุญเป็นสถานที่ตั้งสวดพระอธิธรรมศพไปก่อน เมื่อถึงวันเผาศพจึงจะเคลื่อนมาเข้าเตาเผาที่ระบบด้านล่างยังคงใช้งานได้ ดังนั้นทางวัดจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ ต้องรอให้ช่างเข้ามาตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้สำหรับ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจ้าอาวาส โทรศัพท์ 084-007-0064 หรือร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 034-0-61055-9 ชื่อบัญชี วัดประสาทสามัคคีธรรม ตามกำลังศรัทธา.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน






Users Today : 2941
Users Yesterday : 2843
Total Users : 9278754
Total views : 41834393
Who's Online : 14