อุตรดิตถ์ — พรรคประชาชนลงพื้นที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เปิดเวทีรับฟังปัญหาทุเรียนและผลไม้เมืองหนาว ร่วมกับชาวสวนลับแล หวังหาทางออกเชิงโครงสร้างทั้งระบบ พร้อมเตรียมยกร่าง “พ.ร.บ.ทุเรียน” เพื่อคุ้มครองเกษตรกรและยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทยสู่สากล
วันที่ ตุลาคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภาผ้าไทย ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ คุณธนัชชา แสนสุขุม ผู้ประสานงานพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ พรรคประชาชน ได้นำคณะทำงาน ประกอบด้วย รศ.ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคประชาชน, นายชลธี นุ่มหนู อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 และ คุณวริสา มีเจริญ กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ร่วมจัดกิจกรรม “รับฟังปัญหาทุเรียนอุตรดิตถ์ ครั้งที่ 1” ในรูปแบบล้อมวงเสวนา เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกรชาวสวนโดยตรง
เปิดบาดแผล “ทุเรียนลับแล” แหล่งปลูกใหญ่สุดในภาคเหนือ
จังหวัดอุตรดิตถ์ถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ด้วยพื้นที่กว่า 30,000 ไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ลับแล ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของทุเรียน GI ชื่อดังอย่าง “หลงลับแล-หลินลับแล” รวมถึงทุเรียนหมอนทองและสายพันธุ์พื้นเมือง สามารถผลิตผลผลิตได้สูงถึง 40,000 – 50,000 ตันต่อปี (คิดเป็น 3-4% ของผลผลิตทั้งประเทศ)
อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ชาวสวนกลับต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ได้แก่:

ปัญหาคุณภาพผลผลิต: ทุเรียนอ่อน และปัญหาหนอนเจาะเมล็ด จนส่งผลให้สินค้าบางตู้คอนเทนเนอร์ถูกปฏิเสธและตีกลับจากต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออก
อุปสรรคเชิงระบบ: ความล่าช้าและข้อจำกัดในการขอใบรับรอง GAP รวมถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง
การตลาดที่ไม่เป็นธรรม: ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เดินหน้า 6 มาตรการ ยกร่าง พ.ร.บ.ทุเรียน แก้ไขยั่งยืน
จากข้อเรียกร้องของเกษตรกร คณะทำงานพรรคประชาชนได้รวบรวมประเด็นสำคัญเพื่อนำไปขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเชิงระบบทันที ได้แก่:

ผลักดันความชัดเจนและมาตรฐานใบรับรอง GAP
สร้างสัญญาซื้อขายที่เป็นธรรม เพื่อป้องกันการกดราคา
ปราบปรามการสวมสิทธิ์ ป้องกันการนำทุเรียนจากแหล่งอื่นมาสวมสิทธิ์เป็น “หลง-หลินลับแล”
ยกระดับองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนและรับมือปัญหาหนอนเจาะเมล็ด
สร้างกลไกการตลาดนำการผลิต เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
ดันยกร่าง พ.ร.บ.ทุเรียน เพื่อสร้างระบบประกันความเสี่ยงภัยพิบัติ การตรวจมาตรฐาน และการขยายตลาดใหม่ในระดับประเทศ
ลงพื้นที่ตลาดหัวดง พบ “ลองกอง” ราคาควิกฤต ดันแก้ปัญหาระยะยาว
ภายหลังเสร็จสิ้นการเสวนา คณะพรรคประชาชนได้ลงพื้นที่ ตลาดกลางรับซื้อผลไม้ (ตลาดหัวดง) เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าขายผลไม้ตามฤดูกาล โดยพบว่าเกษตรกรผู้ปลูก “ลองกอง” กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างหนักจากสภาพอากาศผันผวน
ลองกองแบบติดช่อ รับซื้อเพียง 10 บาท/กิโลกรัม
ลองกองแบบไม่ติดช่อ รับซื้อเพียง 8 บาท/กิโลกรัม
ขณะเดียวกัน คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมจุดรับซื้อของกรมการค้าภายในที่ตั้งราคานำตลาดไว้ที่ 14 บาท/กิโลกรัม ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาดผลไม้เมืองลับแลยังขาดกลไกการบริหารจัดการที่ยั่งยืน และจำเป็นต้องได้รับการวางระบบโครงสร้างการตลาดใหม่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง




Users Today : 3422
Users Yesterday : 3827
Total Users : 9292965
Total views : 41851717
Who's Online : 17