ราชบุรี- ผู้ว่าฯนำเกษตรลงพื้นที่ตรวจสวนมะพร้าวราชบุรีหลังน้ำท่วม

ราชบุรี- ผู้ว่าฯนำเกษตรลงพื้นที่ตรวจสวนมะพร้าวราชบุรีหลังน้ำท่วม
ผู้ว่าฯราชบุรี นำเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสวนมะพร้าวราชบุรีหลังน้ำท่วม ชี้แจงเกณฑ์เยียวยา-วอนชาวสวนและคนตัดเลือกผลที่มีคุณภาพเพื่อรักษาชื่อเสียง
วันที่ 29 ต.ค. 2569 นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นำส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดราชบุรี ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของสวนมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา และเน้นย้ำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีจรรยาบรรณในการขายผลผลิต เพื่อรักษาชื่อเสียงของมะพร้าวราชบุรี เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวกรณี “สวนมะพร้าวน้ำหอมถูกน้ำท่วมขังนาน 3 สัปดาห์ สวนที่สามเรือนกว่า 500 ไร่เสียหายหนัก! มะพร้าวน้ำหอมแช่น้ำจนผลแตก น้ำเปรี้ยว มีกลิ่น ขายไม่ได้”
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกร ที่สวนมะพร้าวในพื้นที่ ต.พิกุลทอง อ.เมืองราชบุรี และแปลงปลูกมะพร้าวน้ำหอม ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบว่าหากระดับน้ำท่วมไม่ถึงทะลายมะพร้าว รสชาติและกลิ่นของมะพร้าวจะยังคงเป็นหอมหวานปกติ แต่หากน้ำท่วมสูงถึงทะลาย จะทำให้น้ำคลองหรือน้ำโคลนซึมเข้าไปในผลมะพร้าว ส่งผลให้มะพร้าวมีกลิ่นเหม็น รสชาติเปรี้ยว และเน่าเสีย ไม่สามารถนำมารับประทานหรือจำหน่ายได้ โดยมะพร้าวที่จมน้ำจะมีจุดสังเกตคือ มีคราบสีเหลืองติดอยู่ที่บริเวณผล
ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือและเน้นย้ำให้คนตัดมะพร้าวรวมถึงเจ้าของสวน พิจารณาในการคัดเลือกผลผลิต หากพบมะพร้าวที่จมน้ำและได้รับความเสียหายจะต้องคัดทิ้งทันที ห้ามนำไปรวมขายกับมะพร้าวคุณภาพดีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรี หากผู้บริโภคหรือพ่อค้าคนกลางซื้อไปแล้วพบว่าไม่ได้คุณภาพ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำลายชื่อเสียงในระยะยาว
สำหรับมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรเป็นปัจจุบัน จะได้รับการช่วยเหลือตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง กรณีต้นตาย (เช่น ต้นเล็กที่ถูกน้ำท่วมขัง 2-3 สัปดาห์) จะได้รับเงินเยียวยา 6,800 บาทต่อไร่ (สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่) กรณีชะงักการเจริญเติบโต จะได้รับเงินเยียวยา 3,400 บาทต่อไร่ (สำหรับต้นอายุ 4-5 ปีขึ้นไป ต้องมีน้ำท่วมขังนานถึง 30 วัน จึงจะเข้าเกณฑ์นี้) และกลุ่มที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือไม่ได้ปรับปรุงข้อมูล ทางจังหวัดได้ทำหนังสือหารือไปยังกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือในกรณีพิเศษ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องรอความชัดเจนต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ฝากย้ำเตือนพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน ให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันทุกปีหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงพืชที่ปลูก เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

Related posts