อำเภอบ้านกรวด//คนหาอึ่งถึงขั้นตัดผมล้างซวย หลังจากโดนทหารเขมรไล่ยิงขณะไปหาอึ่งอยู่แนวชายแดน น้อยใจโฆษกกองทัพบกอ้างว่าเป็นทหารไทยแต่พูดเขมร ตนเป็นอดีตทหารพราน รู้ซึ้งกว่าท่าน ถามกี่ครั้งก็พูดเหมือนเดิม”ทหารเขมร”อยากให้กองทับหามาตรการไม่ใช่มาผลักภาระให้ชาวบ้านไปสู้กับเขมร
วันที่ 10 พ.ค.2569 หลังจากนายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 237 ม.7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าไปเจอทหารเขมรออกล่าตระเวนอยู่ในฝั่งไทยขณะกำลังออกหาอึ่งตอนกลางคืนเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันที่ 8 พ.ค.

และต้องวิ่งหนีกระเจิงกับเพื่อนอีกคนที่ไปด้วยกัน เพราะทหารเขมรพยายามจะจับตัวไป หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ได้ยินเสียงปืนยิงตามหลังมา 1 นัด ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ในเวลาต่อมาเพจ”Wassana Nanuam”ได้โพสต์ข้อความว่า”ชาวบ้านหาอึ่งเขตไทยแต่เจอทหารเขมร โฆษกทบ.แจงเข้าใจผิดยันไม่ใช่ทหารเขมรแต่เป็นคนไทยพูดเขมรยันไม่มียิงไล่”

ข้อความดังกล่าวสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ติดตามข่าวชายแดนและชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง อ.บ้านกรวด เป็นอย่างมากโดยเฉพาะ นายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 237 ม.7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และนายประยูร บุญค้ำ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่19 ม.8 บ้าน สายโท2ใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ไปประสบเหตุด้วยกันที่ยังงงกับโฆษกกองทับบก เหมือนทั้งสองคนเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

โดยวันนี้นายอภิรักษ์(ตัดผม) ถึงกับตัดผมล้างซวย มีชาวบ้านมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นายอภิรักษ์ เล่าว่ารู้สึกน้อยใจที่โฆษกออกมาพูดแบบนั้น ตนเป็นคนพื้นที่ เคยเป็นทหารพรานมาก่อน “เรื่องอะไรจะไม่รู้”ทหารไทยกับทหารเขมรแตกต่างกันอย่างไร ภาษาพูดคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกันแทบจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ยิ่งมารู้ว่าโฆษกฯพูดกลับไปกลับมาเพียงไม่ถึง 2 ชม.ยิงขาดความเชื่อมั่นของการเป็นโฆษกกองทับหลังจากนี้ชาวบ้านหรือคนในประเทศจะเชื่อถือได้อย่างไร ทั้งที่ทหารในพื้นที่รู้ดี ชาวบ้านรู้กันดี

จะถามอีกกี่ครั้งก็นั่งยันนอนยันว่าเป็น”ทหารเขมร”และพื้นที่ที่พวกตนไปหาอึ่งก็เป็นพื้นที่ของประเทศไทยห่างจากชายแดนไม่น้อยกว่า 2 กม.อยากให้กองทัพหาแนวทางแก้ไขมากกว่าจะมาผลักภาระให้ชาวบ้านต้องสู้กับเขมรตามลำพังแบบนี้
ขณะนายประยูร บุญค้ำ (เสื้อน้ำเงิน)เพื่อนที่ไปหาอึ่งด้วยกันเล่าว่า ตนเป็นคนคุยกับทหารเขมรคนแรก รู้ทันทีเพราะตนพูดเขมรฝั่งไทยได้บ้างยืนยันเป็นทหารเขมรชัดเจนมีอาวุธครบมือ โชคดีที่หนีรอดมาได้เพราะทหารเขมรกำลังจะจับพวกตนไป แต่ทางเรารู้เส้นทางดีมากกว่าจึงหนีออกมาได้
ด้านนางกัลย์สุดา บุตรเพชร อายุ51 ปี ภรรยานายอภิรักษ์ จริงแล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรู้จะได้หาแนวทางป้องกันรู้สึกปลอดภัยยิ่งขึ้นทางเราไม่คิดจะไปสร้างประเด็นอะไรขึ้นมา
ที่ผ่านมาชาวบ้านเห็นทหารเขมรเข้ามาเป็นประจำ อยากให้ทหารเข้ามาแก้ไขปัญหา ยอมรับน้อยใจท่านโฆษกกองทับ ที่ชาวบ้านชื่นชอบและไว้วางใจมาโดยตลอด แต่มาพูดบิดเบือนเหมือนว่าเราสร้างเรื่อง /////////////
ทีมข่าวบุรีรัมย์รายงาน






Users Today : 526
Users Yesterday : 785
Total Users : 9065740
Total views : 41412403
Who's Online : 20