ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์! “พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” ผนึกกำลังสหรัฐฯ–UNODC ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” สร้างภูมิคุ้มกันภัยหลอกลวงผ่านพลังคนรุ่นใหม่

ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์! “พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” ผนึกกำลังสหรัฐฯ–UNODC ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” สร้างภูมิคุ้มกันภัยหลอกลวงผ่านพลังคนรุ่นใหม่

วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษในโครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” (Anti-Scam and Forced Criminality Youth Ambassador Program : MEDIA CAMP) ณ ห้องแจ้งยอดสุข ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นางเอเมีย เอส. แบรนดอม-สกินเนอร์ (Amyre S. Brandom-Skinner) ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ นางรีเบคก้า มิลเลอร์ (Rebecca Miller) ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคด้านการค้ามนุษย์และการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เข้าร่วมพิธีเปิด

ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ โดยใช้กลลวงหลอกลวงบุคคลให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ก่อนถูกบังคับให้กระทำความผิดหรือถูกใช้แรงงานภายใต้สภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศ

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นเครือข่ายผู้นำด้านการสื่อสารสาธารณะในการป้องกันการค้ามนุษย์และการหลอกลวงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวบรรยายพิเศษว่า การป้องกันมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปราบปราม เนื่องจากทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ หากประชาชนมีความรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ขบวนการดังกล่าวก็จะสูญเสียกำลังคนและอ่อนกำลังลงในที่สุด

“ความตระหนักรู้ คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง”

โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากเยาวชนอายุ 18–30 ปี จากประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน สมัครเข้าร่วมกว่า 1,400 คน ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือเพียง 60 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตลอด 3 วัน โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

* Awareness & Empathy เรียนรู้สถานการณ์การค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้รอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
* Skill & Creation ฝึกทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ การเล่าเรื่อง การเขียน Storyboard และการผลิตสื่อวิดีโอ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อสารมวลชน
* Presentation & Action นำเสนอผลงานรณรงค์ต่อคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาสื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างการรับรู้และป้องกันการค้ามนุษย์ในสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และองค์การสหประชาชาติ ในการสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้มีบทบาทในการป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมเป็น “กระบอกเสียง” ถ่ายทอดความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อลดจำนวนเหยื่อและตัดวงจรการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังข้อเสนอการจ้างงานที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ บริษัทที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ การเสนอออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือการร้องขอให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชีก่อนเดินทาง ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่อาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัย หรือเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TATIP) ผ่านเว็บไซต์ humantrafficking-report.police.go.th/reporting

สำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ควรดำเนินการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดหางานอย่างรอบคอบ หากได้รับข้อเสนอให้เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อมาทำงาน หรือมีการชำระเงินค่าเดินทางและค่าที่พักให้ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเป็นกลลวงของขบวนการค้ามนุษย์ได้ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อสงสัยได้ที่สถานเอกอัครราชทูต หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง

Related posts