บทเรียนเปิดด่านสะเดาบนความไม่พร้อม ทุลักทุเล จนสื่อยังไม่รู้ว่า พิธีเปิดเกิดขึ้นตอนไหน

บทเรียนเปิดด่านสะเดาบนความไม่พร้อม ทุลักทุเล จนสื่อยังไม่รู้ว่า พิธีเปิดเกิดขึ้นตอนไหน
……
มีนักข่าวท้องถิ่นบางสำนักวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมในการเตรียมการที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม พร้อมกับอันวาร์ อิบบราฮิม (Anwar Ibrahim ) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียถือเป็นภารกิจระดับรัฐบาล เพราะเป็นการเปิดประตูการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียอย่างเป็นทางการ และมีเป้าหมายลดความแออัดของด่านเดิม รวมทั้งยกระดับโลจิสติกส์และการค้าชายแดน

แต่มีประเด็นที่อาจถูกวิจารณ์ได้จากสื่อท้องถิ่นอยู่ไม่น้อยถึงความไม่พร้อมในการจัดงานรวมถึงอีกหลายประเด็นปัญหา ได้แก่

-ด่านพร้อม แต่โครงข่ายโดยรอบยังไม่สมบูรณ์ แม้เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังมีงานด้านการจัดระบบจราจร ถนนเชื่อม และการบริหารพื้นที่หน้าด่านที่ต้องเร่งดำเนินการต่อ

-การค้าจะโตจริงหรือไม่ ภาคเอกชนจำนวนหนึ่งมองว่า การเปิดด่านเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากขั้นตอนศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และการขนส่งสินค้ายังใช้เวลานาน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจไม่เกิดเต็มศักยภาพ
-ฝ่ายค้านอาจตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า เนื่องจากโครงการใช้งบประมาณสูงและใช้เวลาพัฒนาหลายปี จึงอาจมีการติดตามว่าปริมาณรถบรรทุก มูลค่าการค้า และรายได้ของพื้นที่ชายแดนจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายหรือไม่

ในทางกลับกัน ฝ่ายรัฐบาลมองว่า การเปิดด่านครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือไทย-มาเลเซีย และเป็นการยกระดับประตูเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และสนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

ประเด็นปัญหาต้องแยกเป็น 2 เรื่อง

1. การจัดงานของจังหวัดในฐานะแม่งาน มีเสียงสะท้อนว่าการเตรียมงานค่อนข้างเร่งรีบ การประสานงานระหว่างหน่วยงานหลายฝ่ายยังไม่ลงตัว ทำให้เกิดความสับสนในเรื่องจุดลงทะเบียน การเข้าพื้นที่ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมงาน โดยเฉพาะเมื่อเป็นงานที่มีผู้นำรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้าร่วม จึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดเป็นพิเศษ
2. ประเด็นการปิดกั้นสื่อ
ประเด็นนี้มีนักข่าวในพื้นที่บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์จริง โดยระบุว่ามีการจำกัดพื้นที่สื่อ การอนุญาตให้เข้าถึงพิธี และการเก็บภาพ ทำให้สื่อท้องถิ่นหลายสำนักไม่สามารถเข้าถึงจุดพิธีการได้เหมือนสื่อที่ได้รับการประสานไว้ล่วงหน้า จนสื่อบางสำนักไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพิธีเปิดเกิดขึ้นตอนไหน เวลาใด อย่างไร

ยิ่งตอนจะผ่านด่านไปฝั่งมาเลเซีย มีการแจ้งก่อนหน้าว่ามีรถตู้ไว้คอยบริการรับส่งนักข่าว แต่ถึงเวลาไม่รู้รถอยู่ไหน หลายคนจึงตกข่าว ไม่ได้ข่าวไปฝั่งมาเลเซีย

“ความผิดพลาดหลัก” ที่รับรู้ได้

1. การบริหารจัดการสื่อ (Media Management)
เป็นประเด็นที่มีเสียงวิจารณ์มากที่สุด สื่อท้องถิ่นหลายรายระบุว่าเข้าไม่ถึงพื้นที่พิธี ทั้งที่ลงทะเบียนหรือเดินทางมาทำข่าว จุดที่ถูกตั้งคำถามคือ ใครเป็นผู้กำหนดรายชื่อสื่อที่จะเข้าพื้นที่ ระหว่างจังหวัด สำนักนายกรัฐมนตรี หรือฝ่ายความมั่นคง และเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร
2. การประสานงานหลายหน่วยงาน งานนี้มีทั้งจังหวัดสงขลา มหาดไทย ศุลกากร ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานของมาเลเซียเข้าร่วม เมื่อมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ หากการสื่อสารไม่เป็นเอกภาพ อาจทำให้เจ้าหน้าที่แต่ละจุดใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกัน เช่น จุดหนึ่งอนุญาตให้ผ่าน แต่อีกจุดไม่อนุญาต
3. มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเนื่องจากมีรองนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้าร่วม จึงมีการควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด มาตรการด้านความปลอดภัยอาจส่งผลให้การเข้าถึงของสื่อและผู้ร่วมงานบางส่วนถูกจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ในงานระดับผู้นำประเทศ แต่คำถามคือการสื่อสารและการจัดการรองรับเพียงพอหรือไม่

ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในการบริหารจัดการกับการทำงานใหญ่ ได้มีการประชุมซักซ้อมกันแค่ไหน ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นคำถามที่จังหวัดสงขลาจะต้องตอบ และสรุปเป็นบทเรียน
#นายหัวไทร
#เปิดด่านสะเดา
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

 

Related posts