วุฒิสภาลงพื้นที่เกาะติดคดี “อาวุธสงครามจีน” จี้ขยายผลเครือข่ายข้ามชาติ ยกระดับความมั่นคง EEC ควบคู่การลงทุน

วุฒิสภาลงพื้นที่เกาะติดคดี “อาวุธสงครามจีน” จี้ขยายผลเครือข่ายข้ามชาติ ยกระดับความมั่นคง EEC ควบคู่การลงทุน

ชลบุรี – คดีตรวจยึดอาวุธสงครามจากบุคคลสัญชาติจีนในพื้นที่ภาคตะวันออก ถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ซึ่งมี พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ มอบหมายให้ นายสากล ภูลศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1, นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2, ว่าที่ พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ, พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง กรรมาธิการ, พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ และ พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ อนุกรรมาธิการการตำรวจ ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 คณะพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมกำชับให้เร่งขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งเส้นทางการเงิน การเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร การใช้เอกสารสิทธิ และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์

ตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า หลังการตรวจยึดอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด กระสุน และยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขยายผลเป็น 7 คดีสำคัญ ครอบคลุมคดีอาวุธปืน M4, ปืน Glock 26, วัตถุระเบิด เครือข่ายสแกมเมอร์ การตรวจสอบบัตรสีชมพู และความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมุ่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเดินทาง และผู้เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบด้าน

ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี รายงานผลสืบสวนคดี MR. SUN MINGCHEN ชาวจีน อายุ 31 ปี พร้อมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องชาวไต้หวันและมาเลเซีย หลังพบเอกสารสำคัญและข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยจำนวนมาก ผู้เกี่ยวข้องหลายรายถูกแจ้งข้อกล่าวหา เพิกถอนสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องหาหลักใช้ Thailand Privilege (Elite) Visa เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยหลายสิบครั้ง และพบเอกสารสำคัญหลายประเภทที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม

ที่ประชุมยังติดตามกรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ชมรมมิตรภาพ Union Friendship Family เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามหลักนิติธรรม โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังให้ความสำคัญกับ การบริหารความมั่นคงและการจัดระเบียบชาวต่างชาติในพื้นที่ EEC โดยเห็นว่าการส่งเสริมการลงทุนต้องดำเนินควบคู่กับมาตรการด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันการแฝงตัวขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย และการนำเอกสารสิทธิไปใช้โดยมิชอบ พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนา ฐานข้อมูลกลาง (Integrated Database) เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงาน นำ AI มาวิเคราะห์ความเสี่ยง ปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่ออาชญากรรมยุคใหม่ และบูรณาการการทำงานระหว่างทุกหน่วยงาน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการชาวต่างชาติที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน
//

Related posts