สมุทรสงคราม- วัดปราโมทย์ ประชุมคณะกรรมการ ลูกศิษย์ และจิตอาสา เตรียมจัดงานปิดทองหลวงพ่อโต เพิ่มเตาผลิตสังขยา จาก 6 เป็น 10 เตา 23-27 ตุลาคม 2569 นี้
พระครูปราโมทย์ ปัญญาวัฒน์ (บุญเลิศ เตชปุญฺโญ) เจ้าคณะอำเภอบางคนที และเจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประชุมคณะกรรมการวัด ลูกศิษย์ และจิตอาสา รวมกว่า 60 คน เพื่อเตรียมความพร้อมจัดงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโตและเทศกาลออกพรรษา ระหว่างวันที่ 23-27 ตุลาคม 2569
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การทำขนมสังขยามะพร้าวอ่อน สูตรเฉพาะของวัดปราโมทย์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม มัน หวานกำลังดี จนมีผู้คนจากหลายจังหวัดเดินทางมาต่อคิวรอซื้อทุกปีตั้งแต่เปิดเตา เวลา 08.30-17.30 น. ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน โดยจำหน่ายในราคาลูกละ 50 บาท และจำกัดการซื้อได้คนละไม่เกิน 6 ลูก เพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ลิ้มลองอย่างทั่วถึง
ปีนี้ที่ประชุมจะแก้ปัญหาเรื่องผู้ซื้อต้องเข้าคิวรอนานเป็นชั่วโมงทำให้เสียเวลา จึงจะมีการเพิ่มเตานึ่งสังขยาจาก 6 เตา เป็น 10 เตา ใช้ซึ้งนึ่งขนาดใหญ่ 10 ชุด ชุดละ 5 ชั้น นึ่งสังขายมะพร้าวอ่อนได้ชั้นละ 17-18 ลูก แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกเกือบเท่าตัว แต่จะยังคงจำกัดให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 6 ลูกเหมือนเดิม
จึงคาดว่าปีนี้จะต้องใช้มะพร้าวน้ำหอมไม่น้อยกว่า 40,000 ลูก ไข่เป็ดกว่า 100,000 ฟอง รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจิตอาสาและลูกศิษย์วัดกว่า 60 คน ผลัดเปลี่ยนกันผลิตสังขยาตลอดทั้งวัน เพื่อให้ทันและเพียงพอกับลูกค้าที่ต่อแถวรอซื้ออย่างไม่ขาดสาย

พระครูปราโมทย์ ปัญญาวัฒน์ กล่าวว่า ความอร่อยของสังขยาเกิดจากการคัดเลือกมะพร้าวน้ำหอมอายุประมาณ 25-30 วัน ซึ่งให้เนื้อนุ่มกำลังดี ก่อนนำสังขยาที่ทำจากไข่เป็ดขาว 80 เปอร์เซ็นต์ ไข่แดง 20 เปอร์เซ็นต์ ผสมหัวกะทิสดและน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง ปั่นจนเนียน แล้วบรรจุลงในลูกมะพร้าว ก่อนนำไปนึ่งด้วยเตาฟืนไฟแรงนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงจะได้สังขยาที่เนื้อเนียน หอมมัน และไม่หวานเลี่ยน
นอกจากสังขยามะพร้าวอ่อนแล้ว วัดปราโมทย์ ยังทำขนมไทยโบราณ ทั้งทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และลูกชุบ โดยอาศัยแรงงานชาวบ้านและลูกศิษย์ในรูปแบบจิตอาสา ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมา 29 ปีแล้ว สามารถสร้างรายได้ให้วัดปีละกว่า 1 ล้านบาท โดยปีนี้ทางวัดจะนำรายได้ดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในการบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถที่ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาเนื่องจากใช้งานมานานกว่า 80 ปี คาดว่าต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท
จากขนมไทยพื้นบ้านธรรมดา วันนี้ “สังขยามะพร้าวอ่อนวัดปราโมทย์” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของงานประจำปีที่ผู้คนเฝ้ารอ ไม่เพียงสร้างรายได้มหาศาลจนได้รับฉายา “สังขยาเงินล้าน” แต่ยังสะท้อนพลังศรัทธา ความสามัคคีของคนในชุมชน และการสืบสานภูมิปัญญาขนมไทยให้คงอยู่คู่จังหวัดสมุทรสงครามต่อไป
0000000000000000000000000000000






Users Today : 1047
Users Yesterday : 765
Total Users : 9164247
Total views : 41629153
Who's Online : 22