สื่อสังคมออนไลน์เมืองชาละวันต่างถล่มยับข้องใจแขวงทางหลวงพิจิตรเตรียมใช้งบ 19.9 ล้านบาท ซ่อมแซมปรับปรุงถนน 2 ช่วง ซึ่งเป็นถนนเส้นทางพิจิตร-ตะพานหิน ทางหลวงหมายเลข 113 ทั้งๆที่ สภาพถนนยังดีอยู่ไม่มีหลุมบ่อ ส่วนถนนที่ขรุขระเป็นหลุ่มบ่อมีนับสิบเส้นทางทำไมไม่ไปทำ งานนี้ ป.ป.ช.พิจิตร นั่งไม่ติดลงพื้นที่ถามหาเหตุผลการใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีของประชาชน คำตอบที่ได้ตามหลักวิศวกรรมฟังดูดี มีเหตุผล แต่ชาวพิจิตรไม่ปลื้ม จนเป็นที่มาของคำว่า “พิจิตรพัฒนาไม่ถูกที่อีก100ปี ก็ไม่เจริญ”
วันที่ 1 กันยายน 2569 นางสาวธนภร แตงจันทร์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สนง.ป.ป.ช.พิจิตร และ สมาชิกชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร หลังจากได้รับคำร้องทุกข์ร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียลของสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร จากกรณีแขวงทางหลวงพิจิตร เตรียมใช้เงินงบประมาณจากภาษีประชาชน 19.9 ล้านบาท เพื่อจะทำการปรับปรุงซ่อมแซมถนนทางหลวงหมายเลข 113 พิจิตร-ตะพานหิน ซึ่งแบ่งงานการดำเนินการเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ถนนบริเวณหน้าศาลากลางพิจิตร กม.81+400 ถึง กม.82+198 ระยะทาง 0.798 กม. ตอนที่ 2 ถนนบริเวณก่อนถึงอำเภอตะพานหิน กม.105+200 ถึง กม.106+075 ระยะทาง 0.875 กม. ซึ่งชาวบ้านที่ใช้รถใช้ถนนมองเห็นว่าถนนทั้ง 2 จุดดังกล่าวก็ยังดูดีไม่มีหลุมบ่อ ไม่มีรอยขรุขระ ผิวทางยังเรียบดูดีกว่าถนนอีกหลายๆเส้นทาง ของ จ.พิจิตร แทนที่แขวงทางหลวงพิจิตรน่าจะไปทำกลับไม่ไปทำ แต่จุดที่ไม่น่าจะทำกลับใช้งบประมาณจำนวนเกือบ 20 ล้าน ไปทำเพื่ออะไร ไปทำทำไม ไปทำเพื่อใคร ในเมื่อชาวบ้านไม่ได้ต้องการ

นางสาวธนภร แตงจันทร์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ สนง.ป.ป.ช.พิจิตร และ สมาชิกชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิจิตร จึงได้ร่วมกันลงพื้นที่ไปพบกับ นายธวัชชัย หมื่นโฮ้ง ผอ.แขวงทางหลวงพิจิตร เพื่อรับฟังคำชี้แจงและเหตุผลที่ดำเนินการดังกล่าว โดยมีคำถามว่า
1. ขอทราบเหตุผลและความจำเป็นเหตุใดจึงต้องดำเนินโครงการดังกล่าว
2. การดำเนินการโครงการดังกล่าวเหตุใดจึงต้องใช้วิธี (IN PLACE) ทั้งๆที่วิธีดังกล่าวนี้ผู้รับจ้างใน จ.พิจิตร มีเพียงรายเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการรับจ้างดังกล่าว
3. ขอตรวจสอบการหาผู้รับจ้างแบบ E-Building ว่า เป็นไปโดยความสุจริตโปร่งใสเข้าข่ายล็อคสเปคหรือฮั้วประมูลงานหรือไม่
4. และคำถามอื่นๆ ที่ประชาชนในสื่อสังคมออนไลน์ข้องใจ

โดย นายธวัชชัย หมื่นโฮ้ง ผอ.แขวงทางหลวงพิจิตร และเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องได้ร่วมกันชี้แจงและพาลงพื้นที่ไปดูถนนทั้ง 2 โครงการ โดยได้สาธิตการตรวจถนนที่ใช้เป็นเหตุผลที่ต้องซ่อมแซมถนนว่าเนื่องจากพบว่า ผิวทางแอสฟัลต์เกิดความเสียหายแบบประเภทที่ 2 คือ “การเสียรูปทรง” ในปัญหาการเกิดร่องล้อ (Rutting) และผิวถนนมีความมันลื่น สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากปล่อยทิ้งไว้ ความเสียหายจะลุกลามถึงโครงสร้างชั้นทางใต้ดิน โดยใช้อุปกรณ์เหมือนไม้บรรทัดวางราบที่ผิวถนนที่มองเห็นเป็นร่องล้อในบางจุดความลึกเฉลี่ยประมาณ 12-15 มิลลิเมตร

ในส่วนของการประกาศหาผู้รับจ้างงานปรับปรุงผิวด้วยคุณสมบัติ (IN PLACE) ซึ่งในประเทศไทยมีผู้มีคุณสมบัติประมาณ 50 บริษัท และใช้วิธีการประกาศประกวดราคาให้เกิดการแข่งขันแบบโปร่งใสด้วยวิธี E-Building ก็ทำอย่างเปิดเผย แต่ทั้ง 2 งานนี้มีผู้ที่มีคุณสมบัติ 2 ราย เสนอราคาแข่งขัน ได้แก่ บริษัทภูริธนา จำกัด และบริษัทสามเพชร จำกัด ผลปรากฏว่าบริษัทภูริธนา จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 2 ช่วง ซึ่งได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง 0.52% ทั้ง 2 โครงการ ไม่ได้มีการฮั้วประมูลงานแต่อย่างใด ในส่วนที่ว่าทำไมไม่ใช้วิธีอื่นที่มีผู้รับเหมาในท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติสามารถประกวดราคาแข่งขันได้ก็เพราะว่าการใช้วิธี (IN PLACE) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมดังกล่าวนั่นเอง

แต่ผลของการตรวจของ ป.ป.ช.พิจิตร ว่า ไม่พบเอกสารหลักฐานทางราชการที่ต้องแสดงข้อมูลการสำรวจร่องล้อ (Rutting) ในทุกระยะ 25 เมตร และข้อมูลยางเสื่อมคุณภาพหลุดร่อน ที่ระบุในเหตุผลความจำเป็นประกอบการเสนอขอรับงบประมาณ แนบอยู่ในเอกสารการเสนอขอรับงบประมาณ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญแสดงถึงเหตุผลความจำเป็นในการเลือกใช้วิธีการซ่อมแซมผิวทางแบบ Hot Mix In-Place Recycling สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะเข้าดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมกับแขวงทางหลวงพิจิตรอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องแนบประกอบการเสนอของบประมาณ หรืออาจเป็นข้อมูลที่อยู่ในขั้นของการเสนอเพื่อออกแบบซ่อมบำรุงรักษากับสำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า และถูกต้องตามระเบียบงบประมาณแผ่นดิน และไขข้อสงสัยของประชาชนจังหวัดพิจิตรให้กระจ่างในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ในส่วนของ นายบดินทร์ มีลาภ ที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิจิตร ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิจิตร รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเครือข่ายและองค์กรภาคประชาชน ที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้เห็นสภาพถนนที่ยังดีอยู่ แต่แขวงทางหลวงพิจิตรจะใช้งบเกือบ 20 ล้าน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ ซึ่ง นายบดินทร์ กล่าวว่าความเสียหายยังแค่เล็กน้อยแต่ถ้าเป็นพื้นที่ส่วนตัวใช้เงินส่วนตัวผมคงยังไม่ทำใหม่หรอกครับ
สิทธิพจน์ เกบุ้ย/ พิจิตร




Users Today : 1477
Users Yesterday : 1726
Total Users : 9195169
Total views : 41700105
Who's Online : 20