กาฬสินธุ์-ศิษย์เก่ากมลาไสยแตกหัก! ลุยให้ปากคำมัดผู้อำนวยการฯ พัวพันเครือข่ายพ่อเลี้ยงไม้แพร่ ตร.สภ.กมลาไสยเตรียมชง ปปช. เชือดใน 30 วัน”

เดือดทั้งโรงเรียน! กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ไม่ยอมถอย เดินหน้าเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนเอาผิดผู้อำนวยการโรงเรียน หลังขุดพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่าย “พ่อเลี้ยง” ค้าไม้รายใหญ่เมืองแพร่ ที่ถูกระบุว่าเป็นคนสนิทของผู้บริหารโรงเรียนเอง คาดสำนวนคดีจ่อส่งถึงมือ ป.ป.ช. ภายใน 30 วันนี้ ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลางลงพื้นที่เก็บหลักฐานเงียบ ยืนยันเดินหน้าคดีอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ สภ.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เดินทางเข้าพบยัง พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี กรณีศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย แจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย กระทำการตัดไม้โรงเรียนขายให้กับนายทุนค้าไม้ โดยมี พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย อำนวยความสะดวกและร่วมสอบปากคำ หลังศิษย์เก่าหลายคนได้ร้องทุกข์ และแจ้งความดำเนินคดี ในมาตรา 157 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง


การเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ คณะศิษย์เก่าได้นำหลักฐานภาพถ่าย คลิปการตัดไม้ที่ปรากฏบุคคล มีผู้อำนวยการโรงเรียน และพ่อค้าไม้ที่ระบุว่าเป็นพ่อเลี้ยงมีอาชีพค้าไม้อยู่ที่จังหวัดแพร่ กำลังทำการตัดไม้และหั่นไม้ก่อนนำขึ้นรถขนออกไปจากโรงเรียน พร้อมกับส่งรายได้ไม้เป็นไม้หวงห้าม ไม้เบญจพรรณ และต้นไม้หายาก ที่เรียกว่าไม้โบราณ โดยเฉพาะต้นสมอพิเภกอายุประมาณ 100 ปี ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีมูลค่าสูงมีการทำประเมินราคาต้นละ 100,000-300,000 บาท


พร้อมระบุด้วยว่า ราคาไม้ที่ถูกตัดทั้งหมดน่าจะมีราคามากว่า 500,000 บาท นอกจากนี้ยังได้สะท้อนคำพูดของ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ที่ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชน มองว่าเป็นสิทธิ์ในการอธิบายตามอำนาจหน้าที่ แต่ยังไม่ชัดเจนและมีความล่าช้าในการตรวจสอบจนทำให้เกิดปัญหากระทบจิตใจประชาชนและสร้างความเสียหายขนาดนี้


นางปาริชาติ หาญไชยนะ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย รุ่น 32 กล่าวว่า เรื่องการตัดไม้ในโรงเรียนกมลาไสย ได้สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้กับศิษย์เก่าทุกรุ่นและนักเรียนในโรงเรียน คณะครู พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้จากการที่ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ (สพม.กาฬสินธุ์)ได้ออกมาแถลงข่าวนั้นถือเป็นสิทธิ์ในการอธิบายตามอำนาจหน้าที่ รวมไปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางปกครอง ต่อผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยนั้น


โดยส่วนตัวมีความเชื่อว่าขั้นตอนการพิจารณาอาจจะล่าช้ามาก จนเกรงว่าจจะเกิดมวยล้มอีกด้วย การเข้าให้ปากคำครั้งนี้ จึงได้นำพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคดีมายื่นให้กับพนักงานสอบสวน ที่สามารถยืนยันตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจนขึ้นทั้งนี้หลักฐานที่ว่าจะมีภาพถ่ายและคลิป รวมถึงเอกสารที่มาจาก คณะกรรมการโรงเรียน เพื่อให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องการอยากให้ทาง สพม.กาฬสินธุ์ ได้เร่งรัดและกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาไต่สวนทางวินัยทางปกครองภายใน 1 เดือน เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจ ทั้งนี้ศิษย์เก่าก็พร้อมใจกันออกมาปกครองโรงเรียนอย่างถึงที่สุด


ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าวว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานตามที่ผู้ร้องได้กล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว พร้อมกันนี้ได้ประสาน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และ ปปท.เขต 4 ขอนแก่น ร่วมตรวจสอบ พบว่าต้นไม้หลายประเภทถูกตัดไปจำนวน 32 ต้นจริง การดำเนินการของตำรวจ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้กล่าวหาที่มีจำนวนหลายปาก รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจสอบความเสียหายของปริมาตรไม้เพิ่มเติม หลังจากนั้นก็จะได้สรุปสำนวนส่ง ปปท.-ปปช. ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ถายใน 30 วัน

“สำหรับผลการสอบปากคำผู้กล่าวหา และเบาะแสการตัดไม้รวมทั้งการขนย้าย มีความคืบหน้าไปมาก ได้ข้อมูลมากขึ้น ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และภาพถ่ายยืนยันตัวบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ได้ประสานข้อมูลกับทางอำเภอ ฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง โดย พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเองและกำชับดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าวในที่สุด

แหล่งข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ศิษย์เก่าของโรงเรียนกมลาไสย และกลุ่มสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ที่มีอาชีพหลากหลายได้ออกมารวมตัวกันที่มีเป้าหมายในการปกป้องโรงเรียน เนื่องจากพฤติกรรมการตัดไม้โรงเรียนถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นและต้องการที่จะได้รับคำชี้แจงจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ว่าเหตุในการตัดไม้นั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใดทำไมต้องตัดไม้โรงเรียน และไม้หายไปไหน เพราะสิ่งที่ทำให้เชื่อว่ามีเงื่อนงำเนื่องจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนน่าจะมีความสัมพันธ์กับเกี่ยว พ่อค้าไม้รายนี้ เพราะได้เข้ามาภายในโรงเรียนตั้งแต่ผู้อำนวยการย้ายมา ที่จะเรียกกันว่า พ่อเลี้ยงเป็นพ่อค้าไม้เมืองแพร่ ที่เป็นคนพูดจาดีสุภาพเรียบร้อย

ที่แหล่งข่าวทางลับระบุด้วยว่า ถึงแม้จะเป็นพ่อเลี้ยงเมืองแพร่แต่ปัจจุบันได้มาตั้งโรงไม้ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ตั้งโรงไม้จะอยู่ติดกับอำเภอกมลาไสย จึงต้องการให้ตำรวจเข้าตรวจสอบเพื่อความชัดเจนด้วยอีกทาง ทั้งนี้ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง ได้เข้ามาดูปัญหาการตัดไม้ ที่ทางศิษย์เก่าได้เข้าไปสอบถามทราบว่าปัญหานี้ได้ถึงหูผู้ใหญ่ระดับสูง จึงได้สั่งการให้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานที่หากมีการร้องทุกข์ไปยังตำรวจสอบสวนกลาง ทางตำรวจสอบสวนกลางก็จะเข้ามารวมคดีที่จะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายด้วย

 

Related posts