แม่ฮ่องสอน-ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ติดตามการฟื้นฟูเยียวยาราษฏร 4 หมู่บ้าน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ย้ำให้ ระดมสรรพกำลังเร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว

แม่ฮ่องสอน-ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ติดตามการฟื้นฟูเยียวยาราษฏร 4 หมู่บ้าน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ย้ำให้ ระดมสรรพกำลังเร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว
เมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ ประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน, นายอำเภอสบเมย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก โดยมี นายพงศ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น ผอ.สถานศึกษา นำคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเกิดเหตุในห้วงตั้งแต่วันที่ 22 -25 -29 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชน โดยลงพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหหลาก 4 หมู่บ้าน 3 จุด โดยจุดแรกที่ โรงเรียนบ้านห้วยกองก๊าด เข้ามอบถุงยังชีพช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยจำนวน 16 ครัวเรือน พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของอาคารเรียนที่ถูกโคลนทะลักเข้าท่วม จุดที่ 2 บ้านกอมูเดอ มอบถุงยังชีพเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 31 ครัวเรือน โดยพบว่าสะพานเข้าหมู่บ้านถูกน้ำป่าพัดขาดจนไม่สามารถสัญจรได้ และอาคารเรียนโรงเรียนบ้านกอมูเดอถูกดินโคลนพัดเข้าท่วมเสียหายและ จุดที่ 3 บ้านสิวาเดอ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือราษฎร 1 ครัวเรือน พร้อมตรวจความเสียหายเหตุโคลนสไลด์ทับพื้นที่โรงเรียนจนส่งผลให้แท็งก์น้ำชำรุดเสียหาย
พร้อมกันนี้ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มอบนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการสรรพกำลังเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ทันที โดยเน้นย้ำภารกิจสำคัญได้แก่ การเร่งซ่อมแซมเส้นทาง ซ่อมแซมสะพานและเส้นทางสัญจรที่ขาดเพื่อเปิดทางให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค เร่งทำความสะอาดชะล้าง พื้นที่เคลียร์ดินโคลนออกจากอาคารเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งในช่วงนี้โรงเรียนบ้านกอมูเดอ ยังปิดการเรียนการสอน
พร้อมกำชับเน้นย้ำ การยกระดับการเตือนภัยให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์พายุฝนปลายฤดูอย่างใกล้ชิด และจัดระบบการสื่อสารแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อยึดความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด อย่างไรก็ตามพื้นที่ประสบภัยบ้านแม่สามแลบ ยังคงประสบปัญหาด้านการติดต่อสื่อสาร เนื่องจาก ในพื้นที่กระแสไฟฟ้ายังจ่ายไม่ได้ทำให้สัญญาณเนตล่ม ทำให้ขาดการติดต่อด้านการสื่อสารโดยปริยายมาตั้งแต่วันเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากตั้งแต่รอบแรก วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

Related posts