สืบ ตม.6 และสืบ สตม. จับมือ ป.ป.ส. ล็อกตัวอาชญากรรายสำคัญ มีพฤติการณ์เป็นนักลงทุนให้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบมีเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท

สืบ ตม.6 และสืบ สตม. จับมือ ป.ป.ส. ล็อกตัวอาชญากรรายสำคัญ มีพฤติการณ์เป็นนักลงทุนให้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบมีเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท

รวบหนุ่มแดนมังกรหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ส่งยาเสพติดจากไทยไปประเทศจีน สืบ ตม.6 และสืบ สตม. จับมือ ป.ป.ส. ล็อกตัวอาชญากรรายสำคัญ มีพฤติการณ์เป็นนักลงทุนให้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในการจัดหายาเสพติดส่งออกไปยังประเทศจีน พบมีเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนในไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. และ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. ประสานความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดยนายฤทธิ์ศรี โชติกเสถียร, น.ส.พิชญา มณีนิล ได้ทำการสืบสวนกรณีสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานงานจากอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ประจำกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าได้มีผู้ต้องหาสัญชาติจีน ชื่อ MR.WANG ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ได้หลบหนีอยู่ที่ประเทศไทย โดย MR.WANG มีพฤติการ์ณเป็นนักลงทุนและจัดหายาเสพติดให้กับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยมีการลักลอบจัดหาและส่งออกยาเสพติดและกัญชา ซึ่งการลักลอบส่งออกแต่ละครั้งเกินกว่า 80 กิโลกรัม โดยขนส่งทางเรือไปยังประเทศจีนเพื่อนำไปจำหน่ายในราคาสูงกว่าประเทศไทยเป็นอย่างมาก

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบจากระบบไบโอเมตริกซ์ พบว่าบุคคลดังกล่าว ได้เดินทางเข้าที่ประเทศไทยผ่านด่าน ตม.จว.สตูล วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ด้วยวีซ่า ผ.60-ม.17 ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 และได้มีการยื่นขออยู่ต่อวีซ่าประเภท non-90(สมรส) ซึ่งจะครบกำหนดอนุญาตวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ซึ่งปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยยังไม่สิ้นสุด และจากการสืบสวนเชื่อได้ว่า ได้ไปหลบซ่อนอยู่ตามที่พักต่างๆ ในจังหวัดสตูลและกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6, กก.2 บก.สส.สตม. และป.ป.ส. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวได้หลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านกรุงเทพกรีฑา จึงได้ทำการวางแผนตรวจค้นและจับกุม

จนกระทั่ง วันที่ 30 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6, กก.2 บก.สส.สตม. และป.ป.ส. ได้ทำการยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งศาลอาญามีนบุรี ได้อนุญาตให้ทำการตรวจค้นบ้านพักอาศัยที่สงสัยว่า MR.WANG หลบซ่อนอยู่ ซึ่งต่อมาวันที่ 1 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ซึ่งได้พบกับ MR.WANG และหญิงชาวไทย

จากการตรวจค้นพบสิ่งของที่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี บัตรกดเงินสดกว่า 13 รายการ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด และจากการตรวจสอบบัญชีของ MR.WANG เบื้องต้นพบว่า ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนมีเงินโอนเข้าบัญชีกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้ทำการขยายผลต่อไป โดยทาง พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยของ MR.WANG เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้แจ้งให้ MR.WANG ทราบ ว่าเป็นบุคคลที่ถูกเพิกถอนวีซ่าและเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศจีน และได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบและได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและจากนั้นจะทำการผลักดันกลับประเทศจีนต่อไป

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่ยังคงเน้นย้ำในการปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างชาติ รวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง เประพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

Related posts