สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกำลังตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 ตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง ดูแลความปลอดภัยพื้นที่วงรอบนอกกรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหากว่า 500 ราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกำลังตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 ตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง ดูแลความปลอดภัยพื้นที่วงรอบนอกกรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหากว่า 500 ราย

วันนี้ (14 ตุลาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เข้มงวดป้องกันอาชญากรรม ทั้งนี้ ได้สั่งการตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 ปิดล้อมตรวจค้นชุมชน และพื้นที่เสี่ยง ตามมาตรการวิเคราะห์อาชญากรรมของพื้นที่ และมาตรการป้องกันและปราบปรามเชิงรุก โดยระดมกำลังตรวจค้นทุกสถานีตำรวจลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ซึ่งพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 เป็นพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรอบกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในวงรอบชั้นนอก และป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อการประชุมระดับนานาชาติ โดยทำการปิดล้อมตรวจค้นในเวลา 06.00 – 08.00 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 587 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติด อาวุธปืน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก ดังนี้

ตำรวจภูธรภาค 1 : พื้นที่ 9 จังหวัด รวม 133 สภ. สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 160 ราย แบ่งเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จำนวน 126 ราย ของกลาง ยาบ้า 2,753 เม็ด ยาไอซ์ 47.3 กรัม และ เคตามีน 1.03 กรัม, คดีขับเสพฯ จำนวน 3 ราย, คดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จำนวน 3 ราย และคดีความผิดอื่น ๆ รวม 34 ราย

ตำรวจภูธรภาค 2 : พื้นที่ 8 จังหวัด รวม 117 สภ. สมารถจับกุมผู้ต้องหารวม 289 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 18 ราย บุคคลต่างด้าว 35 ราย ของกลาง อาวุธปืน 15 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 3 นัด, วัตถุระเบิด 1 ลูก, ยาบ้า 7,521 เม็ด, ยาไอซ์ 589.873 กรัม, บุหรี่ไฟฟ้า 3 ชิ้น และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด 1 คัน

ตำรวจภูธรภาค 7 : พื้นที่ 8 จังหวัด รวม 104 สภ. สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 138 นาย ของกลาง ยาบ้า 14,051 เม็ด, ยาไอซ์ 25.24 กรัม, เฮโรอีน 2.17 กรัม และเคตามีน 0.73 กรัม, อาวุธปืน 22 กระบอก, เครื่องกระสุน 76 นัด, บุหรี่ไฟฟ้า 1 ชิ้น และรถต้องสงสัย 7 คัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและการประชุมระดับนานาชาติ โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมหรือเหตุต้องสงสัยทางสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Related posts