สงขลา-เทศบาลนครหาดใหญ่ แจงดราม่า “วางกระสอบทรายคลอง 30 เมตร” ชี้เป็นจุดน้ำกระฉอก เผยเตรียมชงรัฐบาลขุดอุโมงค์ยักษ์แก้ท่วม

จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายไปวางตั้งแถวบริเวณคลอง 30 เมตร ถนนราษฎร์ยินดี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จนเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพและความเหมาะสมในการรับมือน้ำท่วมนั้น
ล่าสุด นพ.ชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านที่แปลกใจ และได้สอบถามฝ่ายช่างและข้าราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าบริเวณจุดดังกล่าวนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อรับน้ำจากทุ่งรี คลองเรียน และแก้มลิงคลองเรียน ก่อนจะไหลลงสู่คลอง 30 เมตร แล้วมุ่งหน้าไปทางบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า ปลายคลองเตย เพื่อออกสู่คลองแหต่อไป

นพ.ชรินทร อธิบายว่า จุดดังกล่าวมักจะมีปัญหาน้ำกระฉอกล้นขึ้นมาบนถนน ทำให้หลายปีที่ผ่านมาจำเป็นต้องนำกระสอบทรายมาวางกั้นชั่วคราว ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติเดียวกับหลายจังหวัด
ทั้งนี้เมื่อมีคำถามว่าเหตุใดจึงไม่สร้างกำแพงถาวร ได้รับคำตอบว่า
หวั่นกระทบทัศนียภาพ หากกั้นแผงอิฐเฉพาะจุด
ติดข้อจำกัดด้านสัญญาจ้าง เนื่องจากใต้คลอง 30 เมตร มีโครงการระบบบำบัดน้ำเสียของเอกชนที่ยังค้างการส่งมอบงานอีกประมาณ 2-3 งวด ซึ่งตามหลักการไม่ควรไปก่อสร้างสิ่งถาวรทับซ้อนในพื้นที่สัญญา
อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารเทศบาลฯ น้อมรับคำแนะนำของประชาชน
สำหรับข้อเสนอแนะให้สูบน้ำออกจากคลอง 30 เมตรนั้น รองนายกฯ แจงว่าคลองดังกล่าวเป็นเส้นทางน้ำไหลตามธรรมชาติไปยังคลองเตย ซึ่งที่ปลายคลองเตยมี เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ถึง 18 เครื่อง และยืมจากกรมชลประทานมาเพิ่มอีก 2 เครื่อง รวมเป็น 20 เครื่อง
เครื่องสูบน้ำดังกล่าวมีศักยภาพระบายน้ำได้มากกว่า 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่น้ำจากคลองทุ่งรีที่ไหลลงคลอง 30 เมตร มีปริมาณราว 30 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เท่านั้น หมายความว่าเครื่องสูบน้ำปลายทางเอาอยู่แน่นอน หากน้ำเต็มคลอง 30 เมตร จะใช้เวลาสูบระบายให้แห้งได้ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ยกเว้นกรณีมวลน้ำมหาศาลเกิน 5,000 ลูกบาศก์เมตร แบบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2568
นพ.ชรินทร กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมการป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ว่า ในอดีตหาดใหญ่จะเฝ้าระวังมวลน้ำจากทาง อ.สะเดา ผ่านคลองแงะ และบ้านพรุ ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวนานราว 6–12 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันวิกฤตน้ำท่วมมักเกิดจากมวลน้ำหลากเร็วจากฝั่ง “คอหงส์” เข้าสู่ตัวเมืองโดยตรง
เพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืน เทศบาลนครหาดใหญ่เตรียมเสนอเรื่องไปยัง รัฐบาลกลาง เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการสำคัญ ได้แก่
ขุดอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน (Floodway Tunnel) ความยาวไม่เกิน 10 กิโลเมตร เพื่อเบี่ยงทิศทางน้ำจากฝั่งคอหงส์ออกไปสู่คลองอื่นทันที โดยไม่ต้องไหลผ่านใจกลางเมืองหาดใหญ่
ขยายศักยภาพคลอง ร.1: พิจารณาขุดขยายคลอง ร.1 ให้กว้างและลึกขึ้น หรือการทำคลองคู่ขนานคลอง ร.1 เพิ่มเติม
“โครงการเหล่านี้ต้องใช้วงเงินลงทุนสูงเกินกว่าศักยภาพงบประมาณของเทศบาลฯ จึงจำเป็นต้องขอความสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ก็ต้องลุ้นกันว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญและอนุมัติงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคงให้เมืองหาดใหญ่หรือไม่
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา




Users Today : 3200
Users Yesterday : 3630
Total Users : 9331831
Total views : 41905707
Who's Online : 38