เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งไฟฟ้าชนกันเสียงดังสนั่น บริเวณถนนรอยต่ออำเภอเมืองกาฬสินธุ์–กมลาไสย ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ส่งผลให้เสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจสินเชื่อ ชาว จ.ร้อยเอ็ดเสียชีวิตคาที่ ส่วนคู่กรณีหญิงบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ร.ต.อ.หญิงพิมชนก พรหมทะสาร ร้อยเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน บนเส้นทางรอยต่ออ.เมืองกาฬสินธุ์–อ.กมลาไสย บริเวณก่อนถึงสะพานร่องปลาเดิด บ้านดงสวาง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงประสานกำลัง และเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ ทีมกู้ภัยสว่างกาฬสินธุ์ และทีมแพทย์ รพ.กาฬสินธุ์ เร่งให้การช่วยเหลือ

โดยในที่เกิดเหตุมีฝนตกหนัก และถนนเปียกลื่น พบรถยนต์เก๋งไฟฟ้า (EV) จำนวน 2 คัน ชนกันจนได้รับความเสียหายพังยับเยิน ทั้งสองคันติดป้ายทะเบียนจ.ร้อยเอ็ด โดยคันแรกเป็นรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทะเบียน กม 8323 ร้อยเอ็ด ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า GWM ทะเบียน 882 ร้อยเอ็ด สภาพรถทั้งสองคันพังเสียหายอย่างรุนแรง เศษชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นชายติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเร่งงัดโครงสร้างรถ เพื่อนำร่างออกมา แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อภายหลังคือ นายชัยวัฒน์ เสรีรัตน์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 ม.5 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เจ้าของธุรกิจสินเชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทรัพย์โอเค พิโก

ขณะเดียวกัน ภายในรถยนต์ไฟฟ้า GWM พบผู้โดยสารหญิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งให้การช่วยเหลือ และนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อทั้งสองคน
จากการสอบถามพนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดของผู้เสียชีวิตทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายชัยวัฒน์มาจาก จ.ร้อยเอ็ด และกำลังขับรถเข้าไปยังตัวเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อเซนเอกสารสินเชื่อให้กับลูกค้า แต่มาถึงบริเวณดังกล่าวกลับเกิดอุบัติเหตุก่อน

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ เพราะช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก ยังไม่มีใครแสดงตัวว่าเห็นเหตุการณ์ มีเพียงได้ยินเสียงดังสนั่น ซึ่งจะต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ พร้อมกับสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บคู่กรณีทั้งสองคน รวมทั้งพยานแวดล้อมหรือผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบกล้องหน้ารถอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะสามารถสรุปสาเหตุ และแจ้งข้อหาตามกฎหมายได้ ทั้งนี้หลังชันสูตรเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป





Users Today : 1677
Users Yesterday : 4254
Total Users : 9391442
Total views : 41983233
Who's Online : 19