มุกดาหาร-สะเทือนชายแดนมุกดาหาร! ยึดไม้พะยูง 358 ท่อน มูลค่าเกือบ 9 ล้าน ซุกใต้สินค้า 2 รถสิบล้อ ตัดจากป่าไทยจ่อส่งลาวต่อเวียดนาม
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเร่งด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เดินหน้าขยายผลสืบสวนกวาดล้างเครือข่ายลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติ หลังพบพฤติการณ์เครือข่ายนายทุนชาวจีนและชาวเวียดนามว่าจ้างบุคคลในพื้นที่ลักลอบตัดไม้จากเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนลำเลียงผ่านชายแดนจังหวัดมุกดาหารเข้าสู่ สปป.ลาว และส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม

นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบ ตรวจยึด และดำเนินคดี กรณีกลุ่มนายทุนต่างชาติลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติ รายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังหลายหน่วยงาน นำโดยนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายวิสุทธิ์ เมืองเจริญ ผู้อำนวยการส่วนยุทธการฯ และนายสมบูรณ์ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ)

ร่วมกับ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ (บก.ปทส.) พล.ต.ท.นพเก้า โสมนัส (ผบช.ภ.4) พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร รวมถึงชุดปฏิบัติการข่าวที่ 6 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์พบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีนายทุนชาวจีนและชาวเวียดนามถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างบุคคลในพื้นที่ให้ลักลอบตัดไม้พะยูง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน และไม้กระยาเลย จากเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนใช้รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ 10 ล้อ และ 12 ล้อ ลำเลียงไม้ไปแปรรูปและพักเก็บไว้ตามโกดัง เพื่อเตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียง จากเดิมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือ มาเป็นการอำพรางไม้ไว้ใต้กองสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตามด่านชายแดนมุกดาหาร โดยมีเส้นทางลำเลียงผ่านแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ก่อนส่งต่อไปยังประเทศเวียดนาม

กระทั่งวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจรถบรรทุกสิบล้อ 2 คัน บริเวณพื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร พบไม้พะยูงหวงห้ามจำนวน 358 ท่อน แผ่น และเหลี่ยม ปริมาตรรวม 18.503 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 8,994,600 บาท พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย
เจ้าหน้าที่นำของกลางทั้งหมดไปอายัดไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.1 (คำป่าหลาย) ก่อนดำเนินการตรวจนับและวัดปริมาตรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องผืนป่าและไม้มีค่าของประเทศ การลักลอบตัดไม้พะยูงและไม้เศรษฐกิจโดยขบวนการข้ามชาติถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง จึงกำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ บูรณาการร่วมกับ บก.ปทส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานความมั่นคง เร่งสืบสวนขยายผลเพื่อเปิดโปงโครงสร้างเครือข่าย ทั้งกลุ่มนายทุนต่างชาติและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ พร้อมนำกฎหมายมาบังคับใช้ขั้นสูงสุดและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับการสืบสวนเครือข่ายดังกล่าว ชุดปฏิบัติการข่าวและเฝ้าระวังได้ติดตามพฤติการณ์มาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน โดยมีนายชัยชาญ ศรียงค์ และนายมณเฑียร วิริยะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ร่วมรายงานข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่าย
ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ปกปิดไม้พะยูงบนรถบรรทุก ประกอบด้วย แป้งเย็น 17 ลัง โลชั่นบำรุงผิว 50 ลัง โรลออน 8 ลัง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 5 ลัง 14 แพ็ค และข้าวสารหอมมะลิ (ข้าวปลาย) จำนวน 200 กระสอบ ซึ่งเป็นสินค้าที่นำมาวางอำพรางไม้เพื่อเตรียมผ่านด่านชายแดนมุกดาหารเข้าสู่ สปป.ลาว

จากการตรวจนับไม้ของกลางแยกตามรถบรรทุก พบว่า รถบรรทุกสิบล้อทะเบียน 70-1808 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจพบไม้พะยูงแปรรูป 3 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.181 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 90,500 บาท และไม้พะยูงท่อน 221 ท่อน ปริมาตร 13.161 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 6,580,500 บาท
ส่วนรถบรรทุกสิบล้อทะเบียน 70-2373 จังหวัดมุกดาหาร ตรวจพบไม้พะยูงแปรรูป 53 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1.163 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 581,500 บาท และไม้พะยูงท่อน 81 ท่อน ปริมาตร 3.998 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 1,742,100 บาท รวมไม้พะยูงของกลางทั้งสองคัน 358 ท่อน แผ่น และเหลี่ยม ปริมาตร 18.503 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ารวม 8,994,600 บาท
ขณะนี้คณะทำงานร่วมอยู่ระหว่างนำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของไม้ ตรวจสอบโกดังรวบรวมไม้ และรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนเบื้องหลัง รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน โดยเตรียมขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ ไม่ให้ใช้พื้นที่ชายแดนไทยเป็นเส้นทางลำเลียงทรัพยากรป่าไม้ออกนอกประเทศ
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน





Users Today : 1716
Users Yesterday : 4254
Total Users : 9391481
Total views : 41983301
Who's Online : 26