กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม อนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ในการนี้ พล.ต. กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ. ศิษฏ์ภวิชญ์ รัตนากาญจน์วิวะนันท หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและข่าวกรอง กอ.รมน.จังหวัดยะลา และนายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ ปลัดอาวุโส อำเภอเบตง พร้อมด้วยส่วนราชการฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ผู้แทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอำเภอเบตง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง และผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น ในเวลา 14.30 – 16.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการได้รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ดังนี้
(1) ปัญหาความไม่สงบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการใช้ความรุนแรงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ตั้งแต่อดีต ซึ่งก็มีหลายกลุ่มที่มีบทบาทการต่อต้านหรือกระจายความเชื่อ ซึ่งจะมีมีการดำเนินงานตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี โดยใช้กระบวนการบ่มเพาะ/กล่อมเกลาทางความคิดและนำอัตลักษณ์ เชื้อชาติ ศาสนา และมาตุภูมิ รวมทั้งประวัติศาสตร์มากล่าวอ้างเป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ด้วย

อย่างไรก็ดี กอ.รมน.ภาค 4 สน. ดำเนินการตามกรอบกฎหมายเพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ควบคู่กับการบูรณาการทุกภาคส่วน ให้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งความมั่นคง การพัฒนา และงานอื่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังปรากฏปัญหาด้านภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ จชต. ที่ตรวจพบส่วนใหญ่ในพื้นที่ มีทั้งหมด 4 ด้านประกอบด้วย ปัญหาด้านยาเสพติด, ปัญหาด้านการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้, ปัญหาการนำพาแรงงานต่างด้าว และปัญหาด้านการลักลอบจำหน่ายสินค้าหลบเลี่ยงภาษี/ โดยกลุ่มขบวนการได้แสวงประโยชน์จากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต. โดยลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย ร่วมกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าหลบเลี่ยงภาษี ในแง่ของการแสวงประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากปัญหาภัยแทรกซ้อนยังเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย


(2) ปัญหาในพื้นที่จังหวัดยะลา ยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยด้านประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้การก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดียังเกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งการลอบวางระเบิด ยิงโจมตี จุดตรวจ และการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสภาพจิตใจของประชาชนในหลายพื้นที่ แม้บางอำเภอจะมีแนวโน้มความรุนแรงลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังต้องอาศัยการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ประชุมเห็นควรดำเนินแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการมุ่งเน้นการผสมผสานมาตรการความมั่นคงเข้ากับการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการข่าว และลดการใช้กำลังเกินจำเป็นควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมบทบาทชุมชน ด้วยการประสานงานของหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานทั้งงานความมั่นคงและงานพัฒนาของจังหวัดยะลาได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม


(3) งานด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของอำเภอเบตง โดยให้ความสำคัญและมุ่งสร้างสภาพแวดล้อม
ที่ปลอดภัยควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชน รักษาความปลอดภัยเชิงรุก สร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับชุมชน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอำเภอเบตงให้รองรับการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเบตงที่เป็นจุดเชื่อมต่อชายแดนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นอกจากนี้ยังส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เกษตรเพิ่มมูลค่า ผู้ประกอบการท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมทั้งยกระดับการศึกษา สุขภาพ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเกิดความเข้มแข็งจากภายในและสร้างความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
(4) การเฝ้าตรวจและการคัดกรองบุคคลที่ก่อคดีอาญาหรือคดีความมั่นคง หรือก่ออาชญากรรม
ข้ามชาติ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ เช่น การใช้กล้อง CCTV การใช้โปรแกรมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ทั้งในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่สาธารณะของอำเภอเบตง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายปฏิบัติการ
(5) คณะกรรมาธิการได้รับฟังและทราบปัญหาและข้อเสนอของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในพื้นที่เบตงหรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือผรท.ที่มีความเดือดร้อนในเรื่องอาชีพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต หรืออื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ผู้มีความคิดต่างกลับเข้ามาทำงานเพื่อชาติที่เรียกว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ตามเงื่อนไขสัญญาการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลตามแนวทางและกฎหมายกำหนดไว้

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาในพื้นที่อำเภอเบตงซึ่งมีประชากรที่หลากหลายทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตงในอดีตและเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ประกอบประชาชนเดิมเชื้อสายมลายูมุสลิม และชาวไทยพุทธอีกจำนวนมากด้วย ตลอดจนอำเภอเบตงอยู่ติดกับประเทศมาเลเซียทำให้มีการเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งทางอำเภอเบตงมีควรมีแผนงานและการกำหนดแผนเชิงรุกในการป้องกันที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจแก่ประชาชน และผู้มาเยือน เพื่อให้พื้นที่อันมีความหลากหลายของสังคมและศิลปวัฒนธรรมเป็นพหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน ด้วยความสามัคคี คือ เบตงนี้ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงต่อการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจเน้นความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่สู่การรสร้างงาน สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวเบตงและจังหวัดชานแดนภาคใต้ต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวมของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และผู้นำชุมชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts