สงขลา-คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดสงขลา เน้นเร่งรัดการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ควบคู่ขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

สงขลา-คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดสงขลา เน้นเร่งรัดการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ควบคู่ขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารงบประมาณของจังหวัดสงขลา พร้อมติดตามความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

. ในที่ประชุม นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดประเด็นการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาและยกระดับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การส่งเสริมการท่องเที่ยว กีฬา และบริการที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในสังคมพหุวัฒนธรรม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

. จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดสงขลาได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิสังคม ได้แก่ พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตข้าวและคลังอาหารของจังหวัด ประกอบด้วย อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และอำเภอสิงหนคร, พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้า การลงทุน การค้าชายแดน คมนาคม และการศึกษา ประกอบด้วย อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และสะเดา, พื้นที่การพัฒนาด้านการเกษตรอื่น ๆ ประกอบด้วย อำเภอนาหม่อม ควนเนียง บางกล่ำ รัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่งและพื้นที่เฝ้าระวังด้านความมั่นคง ประกอบด้วย อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และอำเภอสะบ้าย้อยเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

. ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดสงขลาในรอบ 2 ปีย้อนหลัง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีวงเงินทดรองราชการด้านบรรเทาความเดือดร้อน 20 ล้านบาท เบิกจ่ายจริงรวม 2,559,743.84 บาท แยกเป็นด้านการดำรงชีพ ด้านการเกษตร ด้านการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และด้านการบรรเทาสาธารณภัย

. นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการปักธงเตือนภัยที่ยังขาดความชัดเจนและจุดติดตั้งไม่เพียงพอ คณะกรรมาธิการเสนอให้ปรับปรุงระบบแจ้งเตือน โดยกำหนดการเปลี่ยนสีธงเตือนภัยไม่เกิน 30 นาที และพัฒนาระบบเตือนภัย การจัดตั้งวอร์รูม (War Room) รับมือน้ำท่วม ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้รายงานแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ทั้งแผนระยะเร่งด่วน ปี 2569–2570 และแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป ครอบคลุมการขุดลอกคลอง การซ่อมแซมอาคารชลประทาน การศึกษาแผนหลัก และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและคลองผันน้ำหลายแห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำในพื้นที่

. ด้านภาคเอกชน ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้เสนอแผนฟื้นฟูธุรกิจในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัด แบ่งเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการตามแผนที่เสนอ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม


นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts