แม่ฮ่องสอน-อ.แม่สะเรียง ชาวบ้านแม่ปอ ช่วยกันหามผู้ป่วยวิกฤต ลุยเดินทางเท้า 7 กิโลเมตร วินาทีชีวิต กับ เส้นทางที่ยากลำบาก สู่ การสูญเสีย

แม่ฮ่องสอน-อ.แม่สะเรียง ชาวบ้านแม่ปอ ช่วยกันหามผู้ป่วยวิกฤต ลุยเดินทางเท้า 7 กิโลเมตร วินาทีชีวิต กับ เส้นทางที่ยากลำบาก สู่ การสูญเสีย

ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของการลำเลียงผู้ป่วย ด้วยเปลไม่ไผ่ เดินทางเท้าลัดเลาะมาตามเส้นทางเขา ระยะทาง 7 กิโลเมตร เพื่อพาคนป่วยมาหาหมอ เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมา ถนนกลายเป็นโคลนลื่นรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ แต่อาการของผู้ป่วยรอไม่ได้ ต้องหามกันออกมา โดย เหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ใช้เฟส Rueang Barcelona ได้โพสภาพการแบกหามผู้ป่วย จากบ้านแม่ปอ มาบ้านแม่กองคา ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทาง 6 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางเท้า ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เพื่อทำการส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง อีก 35 กิโลเมตร โดยมีรถฉุกเฉินมารอรับที่บ้านแม่กองคา แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อช่วยชีวิตได้ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงเกิดเสียงสะท้อนถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการพัฒนาเส้นทางในหมู่บ้านห่างไกล ในถิ่นทุรกันดาร
โดย นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้รับรายงานจากกลุ่ม line กำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอแม่สะเรียง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก ได้สะท้อนปัญหา ความยากลำบากของพี่น้องประชาชน ในวันที่ฝนตกหนัก พื้นผิวถนนกลายเป็นโคลนลื่นจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ เมื่อ แม่ลอยบอย มีอาการป่วยทรุดหนักลง ชาวบ้านจึงต้องช่วยกัน “แบกเปลหาม” ฝ่าเส้นทางวิบากลัดเลาะตามไหล่เขาเพื่อส่งตัวไปยังบ้านแม่กองคา ก่อนจะต่อรถฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลแม่สะเรียงแม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตด้วยการทำ CPR อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้าย “ระยะทางและเวลา” ก็พรากแม่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่นี่คือเรื่องของ “เส้นทางคมนาคมที่ชี้เป็นชี้ตาย”
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 18.00 น.ทางอำเภอได้รับรายงานที่น่าสลดใจจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.แม่ยวม ถึงการจากไปของ “แม่ลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อม” วัย 70 ปี ราษฎรบ้านแม่ปอ ซึ่งท่านเป็น มารดาของนายกมล ษมาจิตโอบอ้อม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหย่อมบ้านแม่ปอ โดย
นางลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อมอายุ 70 ปี ไม่สบายมาสองวัน มีอาการอ่อนเพลีย และมีอาการทรุดตามลำดับ กระทั่งเวลาประมาณ 11.40 น. ของวันเกิดเหตุ ได้สังเกตเห็นอาการทรุดหนัก และ เนื่องจากฝนตกในคืนที่ผ่านมา สภาพพื้นผิวถนนลื่น รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ได้เรียกชาวบ้านช่วยกันแบกเปลส่งคนไข้ไปยังบ้านแม่กองคา และเรียกรถฉุกเฉินจากเทศบาลตำบลแม่ยวม มารับ จากนั้นเมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแม่สะเรียง ราว 15.00 น. คนไข้อ่อนแรงและหายใจช้าลงจนต้องทำ CPR ปั้มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ทั้งนี้ คนไข้เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว เคยผ่านการรักษาตัวจากโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ด้วยสาเหตุหัวใจโต มีอาการหมดแรง และมีโรคแทรกซ้อนตามมา
ระยะทางในแผนที่อาจดูไม่ไกล แต่ในความเป็นจริง “สภาพถนน” คืออุปสรรคที่ใหญ่หลวงที่สุด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อลมหายใจของพี่น้องประชาชน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่นี่คือเรื่องของ “เส้นทางคมนาคมที่ชี้เป็นชี้ตาย” การจากไปในครั้งนี้ เป็น “เสียงสะท้อน” ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเส้นทางในพื้นที่ห่างไกล เพราะสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลการเดินทางยากลำบาก “ถนนที่ดีขึ้นเพียงกิโลเมตรเดียว อาจหมายถึงอีกหนึ่งชีวิตที่รอดกลับมาหาครอบครัว” นายวรศักดิ์ นายอำเภอแม่สะเรียง ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ กับ การสูญเสียของพี่น้องประชาชน ในครั้งนี้

สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

Related posts