ปทุมธานี -แก๊งมิจฉาชีพจำนำรถออนไลน์ อาะวาดหนัก หลอกหญิง 2 รายให้กู้เงินก่อนเชิดรถหนี 2 คัน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ปทุมธานี -แก๊งมิจฉาชีพจำนำรถออนไลน์ อาะวาดหนัก หลอกหญิง 2 รายให้กู้เงินก่อนเชิดรถหนี 2 คัน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันที่ 25 เม.ย.69 เวลา 10.30 น. ที่มูลนิธิปวีณาฯ หญิง 2 ราย! โร่ร้อง “ปวีณา” ตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Hiatn40 รับจำนำรถยนต์รับไถ่ถอนรถติดจำนำออนไลน์ กู้เงินเพียง 2 วัน พอจะไถ่คืนกลับถูกเชิดรถกระบะหนี 2 คัน ในวันเดียวกัน รายแรก จ.ปทุมธานี ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า รายที่2 จ.สระบุรี รถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียน ขน 4052 จ.อุดรธานี เหยื่อต้องแบกรับหนี้ผ่อนไฟแนนซ์ หวั่นรถถูกนำไปชำแหละซาก ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน “ปวีณา” ประสาน พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.เทพนม ก๋งอุบล ผกก.สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี เร่งเช็กกล้องวงจรปิดไล่ล่าแก๊งมิจฉาชีพซึ่งเป็นคนร้ายแก๊งเดียวกัน “ปวีณา” จะติดตามความคืบหน้าคดี ปวีณา เตือนภัยประชาชน!!! มิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์อาศัยความเดือดร้อนทางการเงินของเหยื่อมาเป็นเครื่องมือเชิดรถหนี ก่อนตัดสินใจกู้เงินแนะนำให้ตรวจสอบแหล่งเงินทุนให้ดีจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อหญิงสาว 2 ราย น.ส.เอ อายุ 49 ปี และน.ส.บี อายุ 41 ปี (ทั้งสองนามสมมุติ) เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถูกมิจฉาชีพหลอกจำนำรถออนไลน์ เดือดร้อนหนักต้องการเงินด่วนเจอในเพจเฟซบุ๊ก หลงเชื่อติดต่อทำสัญญาทางไลน์ นัดส่งรถเรียบร้อยแต่พอจะไถ่คืนกลับหนีหายบล็อกทุกช่องทางเชิดรถหนีหายติดต่อไม่ได้ ซึ่งคนร้ายแก๊งเดียวกัน

รายละเอียด รายที่ 1 จ.ปทุมธานี
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ชาวจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานโรงงานและมีอาชีพทำสวนปลูกผักนำผักไปขายที่ตลาดไท มีรถกระบะโตโยต้า วีโว่ สีดำ ทะเบียน 3 ฒผ 8361 กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นประจำทุกวัน 1 คัน ผ่อนกับไฟแนนซ์มา 3 ปี เดือนละ 12,400 บาท ยังเหลือผ่อนอีก 4 ปี แต่เศรษฐกิจไม่ดีตนหมุนเงินไม่ทันทำให้ค้างค่างวดรถอยู่ 4 งวด ทางไฟแนนซ์ตามทวง ตนไม่รู้จะทำอย่างไร วันที่ 19 เม.ย.69 ไปเจอเพจเฟซบุ๊กชื่อ Hiatn40 รับจำนำรถยนต์รับไถ่ถอนรถติดจำนำออนไลน์ “รับจำนำรถทุกชนิด รับเปลี่ยนย้ายที่จอด รับไถ่ถอนรถไฟแนนซ์ยึดไปแล้ว” ที่โฆษณาให้กู้เงินด่วน จึงโทรติดต่อไปขอกู้เงิน 70,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายให้ไฟแนนซ์ คนรับสายอ้างว่าชื่อ “เฮียต้น” ตกลงให้กู้โดยมีสัญญาต้องเอารถไปจอดที่เขา ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ต้องส่งดอกทุกเดือน ซึ่งทางเฮียต้นได้ให้ตนถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งไปให้ทำสัญญา และส่งสัญญากลับมาทางไลน์มีรูปถ่ายบัตรประชาชนของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในสัญญาด้วย ตนก็เข้าใจว่าเป็นคนที่ให้กู้เงิน จากนั้นเฮียต้นได้นัดหมายนำเงินสด 70,000 บาท มาให้ตนและมารับรถไป โดยนัดเจอกันบริเวณหน้าวัดผลาหาร อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตอน 09.00 น. วันที่ 19 เม.ย.69 คนที่มารับรถเป็นชายบอกว่าชื่อ “เฮียต้น” ระหว่างที่เจอกันเขาก็พูดจาดีบอกว่าจะไถ่รถคืนเมื่อไหรก็ติดต่อมาได้ แต่หลังจากที่ตนกลับบ้านมาก็ไม่มีรถใช้ทำงานส่งผักและเกิดความไม่สบายใจ ผ่านไป 2 วันตนยืมเงินจากญาติได้แล้วต้องการจะไถ่รถคืนแต่ไม่สามารถติดต่อเฮียต้นได้เลย ถูกบล็อกทั้งเบอร์โทรศัพท์ ไลน์ และเฟซบุ๊ก รถถูกเชิดหาย วันที่ 22 เม.ย.69 ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความที่สภ.คลองห้า ระหว่างที่แจ้งตำรวจได้พบกับ น.ส.บี ผู้เสียหายอีกคนที่เดินทางมาพบตำรวจ สภ.คลองห้า จึงรู้ว่า น.ส.บี ก็ถูกเชิดรถหายไปเหมือนกัน เนื่องจากตรวจสอบจากภาพวงจรปิดวันที่ 19 เม.ย.69 หลังจากที่เฮียต้นได้มารับรถของตนไปในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่ายเฮียต้นได้ขับรถของตนไปกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เพื่อไปรับรถของ น.ส.บี บริเวณหน้าเซเว่น สาขาหน้าพระลาน จ.สระบุรี จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

รายละเอียด รายที่ 2 จ.สระบุรี
ด้านน.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนผ่อนรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียน ขน 4052 จ.อุดรธานี อยู่กับไฟแนนซ์ เดือนละ 13,000 บาท โดยผ่อนมา 3 ปี และยังเหลือผ่อนอีก 4 ปี ซึ่งตนมีอาชีพค้าขายผลไม้ จะใช้รถขนผลไม้จากภาคเหนือมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง ก่อนหน้านี้ตนได้จำนำรถไว้ 100,000 บาท เพราะเศรษฐกิจไม่ดีหมุนเงินไม่ทัน และทางคนที่รับจำนำรายแรกต้องการเงินคืนด่วน ตนได้ไปเจอ เพจเฟซบุ๊กชื่อ Hiatn40 รับจำนำรถยนต์รับไถ่ถอนรถติดจำนำออนไลน์ “รับจำนำรถทุกชนิด รับเปลี่ยนย้ายที่จอด รับไถ่ถอนรถไฟแนนซ์ยึดไปแล้ว” จึงติดต่อไปเพื่อกู้เงินมาไถ่ถอนและรับจำนำรถต่อก่อนจะทำสัญญากู้เงิน 150,000 บาท โดยส่งทางไลน์ และนัดรับเงินส่งรถกันในช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย.69 ที่หน้าเซเว่น สาขาหน้าพระลาน จ.สระบุรี วันนั้นมีผู้ชายขับรถกระบะโตโยต้า วีโว่ สีดำมา ซึ่งเป็นรถของ น.ส.บี อ้างว่าชื่อ “เฮียต้น” และมีผู้หญิงนั่งมาด้วย ทางเฮียต้นได้มอบเงินให้ 100,000 บาท และตนได้ส่งเงินให้คนที่จำนำรถคนแรกไปก่อนเพื่อนไถ่ถอน จากนั้นเฮียต้นบอกว่า ให้ขับรถตามกันไปนัดเจอที่รังสิตเดี๋ยวจะให้เงินที่เหลืออีก 50,000 บาท ตนได้ขับรถตามเฮียต้นและผู้หญิงที่ขับรถกระบะของตนจากสระบุรีเพื่อมุ่งหน้ามาที่รังสิต แต่ระหว่างทางเกิดคลาดกันตนจึงโทรศัพท์หาเฮียต้นก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่สบายต้องไปโรงพยาบาลและหมอให้แอดมิดวันนี้ไปไม่ได้แล้ว ตนเห็นผิดสังเกตไม่น่าไว้วางใจแล้ว จึงรีบติดต่อญาติหาเงิน 100,000 บาทแล้วโทรนัดกับเฮียต้นเพื่อจะไปไถ่เอารถคืน ทีแรกเฮียต้นก็รับปากจะมาเจอกันที่รังสิตในวันที่ 20 เม.ย. แต่ตนไปรอทั้งวันก็ไม่มีวี่แววและไม่สามารถติดต่อกับเฮียต้นได้เลยจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จากนั้นตนได้ตรวจสอบทะเบียนรถกระบะที่เฮียต้นขับมาเจอ ปรากฎว่ามีชื่อเจ้าของอยู่ในพื้นที่สภ.คลองห้า จึงเดินทางไปพบตำรวจสภ.คลองห้า ในวันที่ 22 เม.ย.69 และได้พบกับน.ส.เอ ที่มาแจ้งความ จึงมารู้ภายหลังว่าเพจที่ติดต่อทางเพจเฟซบุ๊กนั้นเป็นเพจเดียวกับของน.ส.เอ และพฤติกรรมของเฮียต้นหรือคนรับจำนำรถเป็นแบบเดียวกัน ทั้งสองจึงชักชวนกันมาร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
น.ส.เอ และน.ส.บี กล่าวว่า ตนทั้งสองตั้งใจทำมาหากินด้วยน้ำพักน้ำแรงเก็บเงินสู้ชีวิต แต่กลับมาเจอมิจฉาชีพหลอกเชิดเอารถหายไป ไม่รู้ว่ารถของตนทั้งสองจะถูกนำไปชำแหละหรือถูกส่งขายไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือไม่ ขณะที่ตนทั้งสองยังต้องก้มหน้าก้มตาหาเงินใช้หนี้ไฟแนนซ์ แต่ไม่ได้ใช้รถเพราะมิจฉาชีพหลอกเชิดเอารถไป ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย
นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องนางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี และพ.ต.อ.เทพนม ก๋งอุบล ผกก.สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาไปพบ ผกก. ทั้ง สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี และ สภ.หน้าพระลาน จ.สระบุรี โดย พ.ต.อ.รุ่งระวี สุขัง ผกก. สภ.คลองห้า ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุ รู้เค้าคนร้ายเตรียมออกหมายเรียก “ปวีณา” เตือนภัย เป็นห่วงประชาชน ที่เศรษฐกิจย่ำแย่แล้วยังถูกแก๊งกลุ่มมิจฉาชีพหลอกซ้ำเติมอีก ขณะนี้มีกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์มีจำนวนมากและเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงโดยใช้วิธีการใหม่ๆ ที่แยบยลเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา และกลุ่มมิจฉาชีพมักอาศัยความเดือดร้อนทางการเงินของเหยื่อมาเป็นเครื่องมือ หากใครที่กำลังเดือดร้อนต้องการใช้เงินด่วนแนะนำให้ตรวจสอบแหล่งเงินทุนในระบบหรือแหล่งที่เชื่อถือได้จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ และมูลนิธิปวีณาฯจะติดตามคดีกับตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป.

Related posts