สมุทรสงคราม- ประมงเดือดร้อนหนัก หมึกเถื่อนทะลัก กดราคาดิ่งซ้ำเติมประมงไทย จอดเรือแล้ว 60% วอนรัฐคุมเข้ม IUU ก่อนล่มทั้งอุตสาหกรรม

สมุทรสงคราม- ประมงเดือดร้อนหนัก หมึกเถื่อนทะลัก กดราคาดิ่งซ้ำเติมประมงไทย จอดเรือแล้ว 60% วอนรัฐคุมเข้ม IUU ก่อนล่มทั้งอุตสาหกรรม
วิกฤตซ้อนวิกฤตถาโถมใส่ชาวประมงไทยอย่างหนัก หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งไม่หยุด สวนทางราคาสินค้าประมงที่ทรุดฮวบจากการทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน IUU ทำให้รายได้ชาวประมงดิ่งลงอย่างน่ากังวล
นายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการทำประมงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “น้ำมันเขียว” ที่ปัจจุบันราคาพุ่งเกินลิตรละ 34 บาท จากเดิมไม่เกิน 20 บาท ทำให้ชาวประมงจำนวนมากแบกรับภาระไม่ไหว ต้องจอดเรือชั่วคราวเพื่อรอดูสถานการณ์ ขณะนี้มีเรือในจังหวัดสมุทรสงครามหยุดทำการประมงแล้วราว 60% ส่วนอีก 40% ยังจำเป็นต้องออกเรือทั้งที่ขาดทุน
โดยคาดหวังว่า เมื่อปริมาณสัตว์น้ำลดลง ราคาน่าจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม โดยเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ตลาดปลาแม่กลอง ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีสินค้าทะเล โดยเฉพาะ “หมึก” เข้ามาจำหน่ายจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาตกต่ำอย่างน่าตกใจ เช่น หมึกกระตอย จากเดิมกิโลกรัมละ 40-50 บาท เหลือเพียง 20-30 บาท ส่วนหมึกขนาดใหญ่จาก 140-150 บาท เหลือเพียง 80-90 บาทเท่านั้น กระทบรายได้ชาวประมงโดยตรง
นายสมพร กล่าวว่า สาเหตุสำคัญมาจากการนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศเพื่อนบ้านในปริมาณมาก โดยเฉพาะหมึกซึ่งเป็นสินค้าหลัก เมื่อรวมกับผลผลิตในประเทศที่มีอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดภาวะล้นตลาดและราคาดิ่งลง นอกจากนี้ แม้สินค้านำเข้าจะมีเอกสารถูกต้อง แต่ไม่ได้รับรองว่าปฏิบัติตามหลัก IUU ขณะที่สินค้าของไทยต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ต้นทุนสูงกว่า ทั้งค่าเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ “เมื่อสินค้าต้นทุนต่ำจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันกับสินค้าที่ต้นทุนสูงในประเทศ ชาวประมงไทยจึงเสียเปรียบด้านราคาอย่างชัดเจน แม้จะทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอนก็ตาม” นายสมพรกล่าว
นายสมพร ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการควบคุมการนำเข้าสินค้าประมง หากในประเทศขาดแคลน การนำเข้าอาจพออนุโลมได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้ไหลเข้าอย่างไร้ขีดจำกัด ที่สำคัญสินค้านำเข้าควรมีมาตรฐานเดียวกับของไทย หากไม่ผ่านเกณฑ์ IUU ไม่ควรอนุญาตให้นำเข้าทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะหมึกเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงกุ้ง ปลา และสัตว์น้ำทุกชนิด เนื่องจากการนำเข้าไม่มีการจำกัดประเภท ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาสินค้าประมงทั้งระบบ
“ปัญหานี้เกิดขึ้นมานาน เคยมีการปิดด่านควบคุมเป็นระยะ แต่ปัจจุบันกลับเปิดให้นำเข้าอีกจำนวนมาก จึงอยากถามภาครัฐว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร และจะกำหนดทิศทางที่ชัดเจนเมื่อใด ก่อนที่อาชีพประมงไทยจะล่มสลาย”
000000000000000000000000000000000

Related posts