ปทุมธานี-เทศบาลเมืองคลองหลวง ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายฯ จัดค่ายเยาวชนและครอบครัว

ปทุมธานี-เทศบาลเมืองคลองหลวง ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายฯ จัดค่ายเยาวชนและครอบครัว ใช้ทั้งองค์ความรู้ทางสังคมและหลักศีลธรรม สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนจากต้นเหตุ ณ วัดพระธรรมกาย

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารปลูกศรัทธา 1 วัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองคลองหลวง โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดปทุมธานี วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดพิธีเปิด “โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 16–17 พฤษภาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ สังคม จิตวิทยาครอบครัว และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กันอย่างสมดุล

ภายในพิธีเปิดโครงการฯ ได้รับเกียรติจากนางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง ได้กล่าวพบปะและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวในการร่วมกันดูแล บ่มเพาะ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและความเข้มแข็งทางศีลธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นต้นแบบศีลธรรมและเป็นพลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต จากนั้น นายปิติพงศ์ บัวไชยา ปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ โดยมีนางสาวธัญญพัทธ์ ศิริจันทร์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสวัสดิการสังคม กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองคลองหลวง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน และครอบครัว เสริมสร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีภายในครอบครัว รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาสังคมอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

สำหรับการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ มีเยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมจำนวน 66 ครอบครัว โดยตลอดระยะเวลา 2 วัน ผู้เข้าร่วมฯ จะได้รับความรู้ผ่านกิจกรรมบรรยาย เวทีเสวนา กิจกรรมกลุ่ม และการระดมความคิดเห็นในหัวข้อสำคัญ อาทิ การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เด็ก และสตรี การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของเยาวชน ตลอดจนการเข้าถึงสื่อออนไลน์และการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นปัญหาสังคมสำคัญในยุคปัจจุบัน ทัศนศึกษาและรับชมสื่อนวัตกรรมฟื้นฟูศีลธรรม โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองสอง และวัดพระธรรมกาย ร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากนายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ปรึกษาเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร วิทยากร ผู้ปกครอง และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมกล่าวถึงปณิธานของมหาปูชนียาจารย์ผู้บุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย ที่มุ่งเน้นการอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่สังคม ผ่านแนวทาง “สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ และสร้างคนให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ” ซึ่งวัดพระธรรมกายให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและการปฏิบัติธรรมแก่เยาวชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่า “วัดคือโรงเรียนสอนศีลธรรมของมหาชน” และการแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ทางสังคมและวิชาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน หากได้รับการปลูกฝังศีลธรรม ฝึกสติ และมีต้นแบบที่ดีในครอบครัว ก็จะสามารถห่างไกลจากอบายมุข ยาเสพติด ความรุนแรง และปัญหาสังคมต่างๆ ได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังได้เมตตามอบหมายให้พระครูภาวนาสุธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้โอวาทในพิธีเปิดโครงการฯ หัวข้อธรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกหลานให้ “เป็นทั้งคนเก่งและคนดี” โดยนำหลักธรรม “สังคหวัตถุ 4” ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา มาเป็นแนวทางในการสร้างความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของพ่อแม่และผู้ปกครองในการเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่บุตรหลาน อีกทั้งพระอาจารย์ยังได้เมตตานำผู้เข้าร่วมโครงการฯ ปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา เพื่อฝึกสติ สร้างความสงบภายใน และเสริมสร้างพลังใจให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ ร่มเย็น และเอื้อต่อการเรียนรู้ ซึ่งช่วยเติมเต็มแนวทางของโครงการฯ ที่มุ่งพัฒนาเยาวชนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และศีลธรรมควบคู่กันไป

“โครงการค่ายเยาวชนและครอบครัว ประจำปี 2569” สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านสาธารณสุข สถาบันครอบครัว และสถาบันศาสนา ที่ร่วมกันบูรณาการองค์ความรู้ทางสังคมควบคู่กับหลักศีลธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนจากต้นเหตุ และร่วมกันพัฒนาสังคมให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Related posts