อ่างทอง-กรมพัฒนาธุรกิจฯ จับมือ ธ.ก.ส. ปลดล็อกทรัพย์สินสีเขียว ไม้ยืนต้น สู่ระบบการเงินที่แข็งแกร่ง

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้(18พค.69) ที่โครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านยางกลาง ตำบลศรีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิด”กิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ”โดยมีเกษตรกร และกลุ่มธนาคารต้นไม้ ทั้ง 7 อำเภอ จำนวน 100 คนร่วมงาน
ด้วยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ อบก.ส.) และสำนักงาน พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยนำ ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านองค์ความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ไฮไลท์สำคัญ คือ การสาธิต วิธีการวัดไม้ยืนต้นที่ต้องการนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อประเมินมูลค่าการให้สินเชื่อในเบื้องต้นของสถาบันการเงิน โดยต้นไม้ที่เกษตรกรนำมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจกับสถาบันการเงิน เช่น ธ.ก.ส. (โครงการธนาคารต้นไม้) ได้แก่ มะขาม มะกอกป่า สะเดา ต้นเต็ง รัง ประตูบ้าน ประตูป่า เป็นต้น รวมทั้ง การประเมินการกักเก็บคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับรู้ถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของดินไม้อีกด้วยด้วยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ณ จังหวัดอ่างทอง เร่งผลักดันไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ หนุนเกษตรกรและ ผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศนำสินทรัพย์ภาคเกษตรปลดล็อกสู่ระบบการเงินอย่างเป็นรูปธรรม

นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การผลักดันไม้ยืนต้นให้เป็น หลักประกันทางธุรกิจ เป็นหนี้ในนโยบายที่ตอบโจทย์เชิงโครงสร้างผ่านการเปลี่ยนทรัพย์สินในภาคเกษตร เช่น ไม้เศรษฐกิจและ ไม้ยืนต้นให้สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงสินเชื่อลดข้อจำกัดด้านหลักประกันแบบดั้งเดิม และเพิ่มสภาพคล่องให้ เกษตรกรในพื้นที่โดยจังหวัดอ่างทอง เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 430,000 ไร่ หรือมากกว่า ร้อยละ 70 ของพื้นที ทั้งหมด และมีโครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจหลัก หลากหลายชนิด การผลักดันให้นำไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรที่มีอยู่ เปลี่ยนสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในทันที่ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สร้างสภาพคล่อง ตลอดจนเพิ่มการหมุนเวียนเงินในระบบ เศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ GDP ประเทศ “การขับเคลื่อนให้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ

จึงไม่ใช่เพียงมาตรการทางด้านสินเชื่อ แต่เป็นการปรับเปลี่ยน โครงสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประเทศให้เข้าถึงได้โดยง่าย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ ต้องขอบคุณรนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ที่เห็นหน่วยงานหลักในการร่วมผลักดันกับกรมฯ ให้สามารถนำไม้ยืนต้นมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ” รองอธิบดี กล่าวสรุป
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) มีผู้นำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุธกิจแล้วกว่า 30 จังหวัด จำนวน 458,799 ต้น วงเงินค้ำประกันรวมกว่า 197 ล้านบาท ครอบคลุม 5 ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้) โดยต้นไม้ที่นำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ประกอบด้วย ต้นศึก ยาง พะยอม ประดู่ป่า ประตูบ้าน พะยูง พฤกษ์ มะขาม ไม้สกุลทุเรียน กฤษณา เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครื่องมือทาง การเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์เกษตรกรและผู้ประกอบการทั่วประเทศ
สุรชัย ผลจันทร์/อ่างทอง/089-6066364





Users Today : 608
Users Yesterday : 570
Total Users : 9070981
Total views : 41428435
Who's Online : 3