แม่ฮ่องสอน-ย้อนรอย 100 ปี “ศาลาขุนจันต๊ะ” ศาลาไม้โบราณริมสาละวิน จากปางไม้บอมเบย์เบอร์ม่า สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กลางผืนป่าสาละวิน
กว่า 100 ปี…ที่ยังยืนหยัดกลางผืนป่าสาละวิน เปิดตำนาน ‘ศาลาขุนจันต๊ะ’ มรดกประวัติศาสตร์ที่หลายคนยังไม่รู้จัก ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของ อุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีอาคารไม้เก่าแก่ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 100 ปี เป็นประจักษ์พยานการค้าไม้ การทำเหมืองแร่ และวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำสาละวิน นั่นคือ “ศาลาขุนจันต๊ะ” หรือ ศาลาโบราณ
ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวิน ที่ สว.5 (ศาลา) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2462 – 2474 โดย ขุนจันต๊ะ ตาวากุล เพื่อใช้เป็นที่พักของผู้เดินทาง คนทำไม้ และผู้ทำเหมืองแร่ ต่อมาได้ใช้เป็นสำนักงานและปางไม้ของ บริษัทบอมเบย์เบอร์ม่า (Bombay Burmah Trading Corporation) ในยุคสัมปทานป่าไม้ 
ความโดดเด่นของศาลาขุนจันต๊ะคือ สถาปัตยกรรมแบบ โคโลเนียล ที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงามและลงตัว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ในอดีต ที่นี่เป็น “ปางไม้” จุดรวบรวมไม้และแร่จากพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะล่องไม้ไปตามลำน้ำสาละวินด้วยเรือพายและเรือถ่อ ส่วนแร่ธาตุจะขนส่งด้วย วัวเทียมเกวียน (วัวล้อ) ผ่านเส้นทางแม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน เพื่อนำส่งต่อไปยังกรุงเทพฯ ก่อนจะพัฒนาเป็นการขนส่งทางอากาศในเวลาต่อมา
ขุนจันต๊ะ ตาวากุล ผู้สร้างศาลาแห่งนี้ ถือเป็นบุคคลสำคัญของลุ่มน้ำสาละวิน เริ่มต้นจากอาชีพควาญช้าง ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการค้าไม้และเหมืองแร่ จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนจันต๊ะ ตาวากุล” และยังเป็นผู้มีจิตศรัทธา อุทิศตนสร้างและบูรณะศาสนสถานหลายแห่งทั้งในไทยและเมียนมา หลังสิ้นสุดยุคสัมปทานป่าไม้ ศาลาแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นที่พักของชาวบ้าน พ่อค้า และนักเดินทางที่สัญจรผ่านลุ่มน้ำสาละวิน จนกลายเป็นจุดพักสำคัญและที่มาของชื่อที่เรียกขานกันมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติสาละวินได้ดำเนินการอนุรักษ์ บูรณะ และดูแลรักษาศาลาขุนจันต๊ะ พร้อมปรับปรุงพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับสัมผัสธรรมชาติอย่างปลอดภัย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเยือนที่สุดคือ เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสวยงามเป็นพิเศษ
องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมค้นพบมนต์เสน่ห์ของ “ศาลาขุนจันต๊ะ” สถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต เพื่อร่วมกันอนุรักษ์มรดกอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่สืบไป
สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน





Users Today : 1345
Users Yesterday : 1480
Total Users : 9133703
Total views : 41582480
Who's Online : 6